ปรอทวัดไข้มีหลายประเภท ได้แก่
ปรอทวัดไข้แบบแท่งแก้ว ปรอทวัดไข้ชนิดนี้มีข้อดีคือราคาประหยัด แต่อาจจะอ่านยาก ปรอทชนิดนี้มี 2 แบบ คือ แบบที่ใช้วัดทางปากและแบบที่ใช้วัดทางก้น แบบที่ใช้วัดทางก้นจะมีปลายมนกว่า หากจะนำแบบที่ใช้วัดทางปากไปใช้วัดทางก้น จะต้องใช้ด้วยความระมัดระวังไม่ให้ปลายปรอทไปทำอันตรายต่อก้นและลำไส้ตรง
ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล ข้อดีคือวัดได้รวดเร็ว แสดงผลเป็นตัวเลขทำให้ง่ายต่อการอ่าน ใช้ได้ทั้งวัดทางปากและทวารหนัก
ปรอทที่ใช้วัดไข้ทางหู ข้อดีคือรวดเร็วมากในการวัดไข้และความแม่นยำสูง แต่ผู้ใช้จะต้องมีความชำนาญ ข้อเสียคือราคาแพง วิธีการวัดไข้ ปรอทวัดไข้แบบแท่งแก้ว สลัดปรอทจนลงต่ำกว่า 37 ํC
การวัดไข้ทางทวารหนักนั้นแม่นยำที่สุด การวัดทางปากหรือหูก็ใช้ได้ผลดี การวัดทางรักแร้ไม่ค่อยแม่นยำแต่ก็ดีกว่าไม่ได้วัดเลย สำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี ควรจะวัดทางทวารหนัก เด็กที่อายุมากกว่า 5 ปี ใช้ปรอทวัดไข้ทางปาก
การวัดอุณหภูมิทางทวารหนัก
- จับให้นอนคว่ำบนตัก
- ใช้ Jelly ทาปลายปรอทวัดไข้ และที่ทวารหนัก
- ค่อย ๆ ใส่ปรอทวัดไข้ ในเด็กอายุ < 6 เดือน ใส่เข้าประมาณ ¼ – ½ นิ้ว ไม่ควรออกแรง ถ้ามีปัญหาใส่ไม่เข้า
- จับเด็กให้อยู่กับที่ ปล่อยปรอทวัดไข้ไว้ในทวารหนักประมาณ 2 นาที
การวัดอุณหภูมิทางปาก
- ไม่ควรให้รับประทานอาหารเย็นหรือร้อนภายใน 30 นาทีก่อนการวัด
- ให้ปรอทวัดไข้เข้าไปใต้ลิ้นทางด้านข้าง
- จับเด็กให้อยู่กับที่ ปากควรเปิดให้เด็กหายใจทางจมูก
- ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที จึงอ่านผลการวัดอุณหภูมิทางรักแร้
- ใส่ปรอทวัดไข้ไว้ที่รักแร้ที่แห้ง
- ปิดรักแร้โดยจับที่ข้อศอกให้แนบชิดกับลำตัว ประมาณ 4-5 นาที
- หากมีข้อสงสัยในการใช้ปรอทวัดไข้ กรุณาปรึกษาแพทย
พญ.ภัสสรา เลียงธนสาร
ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์