Thursday Sep 09

Share

ไซนัสอักเสบรักษาหายจริงหรือ

( 1 Vote ) แขกรับเชิญพิเศษ คือ
  • คุณบุญเลิศ สมบัติพิบูลพร ผู้ป่วยโรคโพรงไซนัสอักเสบ
  • รศ.นพ.ทรงกลด เอี่ยมจตุรภัทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก

คุณชมะนันทน์ : คุณผู้ชมครับ ถ้าพูดถึงไซนัสแล้ว ไซนัสเป็นโรคที่รักษาให้หายยากนะครับ แล้วอาการก็จะเป็นๆ หายๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นอาการจะกำเริบเป็นระยะ บางคนรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัด วันนี้ผมมีผู้ป่วยท่านหนึ่งครับ ที่เคยป่วยเป็นไซนัสมา อาการรุนแรงมากเลยนะครับ แล้วก็ตอนนี้ก็หายเป็นปกติแล้ว เราจะมาพูดคุยกับเขากันนะครับ วันนี้คุณบุญเลิศ สมบัติพิบูลพร นะครับ และรศ.นพ. ทรงกลด เอี่ยมจตุรภัทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก สวัสดีครับ เปิดประเด็นนะครับ ที่คุณบุญเลิศก่อนเลย ไม่ทราบว่าเป็นไซนัสมานานหรือยังครับ ช่วงที่เป็นหนักๆ ตอนนั้น

คุณบุญเลิศ : เป็นมาประมาณ 5 ปีครับ แต่ว่าปีที่ 1-2-3 จะเป็นหนักนะครับ แล้วก็เริ่มมาดีขึ้นประมาณปีที่4 และปีที่ 5 ครับ

คุณชมะนันทน์ : มาถึงคุณหมอบ้างครับ ถ้าพูดถึงไซนัส ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ใครมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่ากันครับ

รศ.นพ.ทรงกลด : จริงๆ แล้วเป็นพอๆกันนะครับ เพียงแต่ว่าในเด็กกับในผู้ใหญ่ ในเด็กจะมีโอกาสเป็นไซนัสอักเสบได้มากกว่าในวันผู้ใหญ่ เพราะว่าลักษณะโครงสร้างของไซนัสเอง และระบบของภูมิต้านทานในเด็กยังไม่มีการพัฒนาที่ดีพอ ส่วนใหญ่คือเด็กมากกว่า 1 ขวบ ถ้าเด็กน้อยกว่า 1 ขวบ มักจะเป็นไม่เป็นไซนัส เพราะว่าตัวไซนัสเองยังไม่เจริญเติบโตนะครับ แล้วก็ถ้าเด็กอายุเกิน 6-7 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่ระบบภูมิต้านทานจะพัฒนาค่อนข้างดีแล้วและก็มักจะไม่ค่อยเป็นครับ

คุณชมะนันทน์ : มาถึงคุณบุญเลิศครับ ก่อนที่จะเป็นไซนัสในช่วงนั้น เป็นอะไรมาก่อนหรือเปล่าครับ ถึงมาหยุดที่ไซนัส

คุณบุญเลิศ : คือน่าจะเกิดจากแพ้อากาศครับ พอเริ่มที่อากาศจะเปลี่ยนแปลง ฝนจะตก หรือเราไปโดนละอองฝนมา เราก็จะเป็นไซนัสในวันรุ่งขึ้นเลย

คุณชมะนันทน์ : คุณหมอครับ เกี่ยวกันหรือไม่ครับ การแพ้อากาศ หรือผมขอเรียกว่าภูมิแพ้ได้มั้ยครับ

รศ.นพ.ทรงกลด : ครับ

คุณชมะนันทน์ : แพ้อากาศหรือภูมิแพ้กับไซนัสมันเหมือนหรือต่างกันยังไงครับ

รศ.นพ.ทรงกลด :: ลักษณะของโรคมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนะครับ เพราะว่าตัวไซนัสอักเสบคือการติดเชื้อ ซึ่งโดยทั่วไปเรามักจะหมายถึงเป็นการติดเชื้อพวกแบคทีเรียนะครับ แต่ว่าตัวภูมิแพ้หรือว่าคงจะหมายถึงโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ พวกนี้ไม่ได้เป็นการติดเชื้อนะครับ เป็นลักษณะภาวะภูมิไวเกินของร่างกายต่อสารที่มากระตุ้นนะครับ แต่ว่าจะมีลักษณะบางอย่างที่อาการคล้ายๆ กันหรือว่าเหมือนกัน ก็มักจะมีอาการคัดจมูกเหมือนๆ กันนะครับ และก็การได้กลิ่นอาจจะลดลงเหมือนๆ กัน มีน้ำมูกเหมือนๆ กัน มีไอเหมือนๆ กันนะครับ แต่ลักษณะสีของน้ำมูกหรือว่าเสมหะ อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างนะครับ ถ้าเป็นไซนัสอักเสบ ส่วนใหญ่แล้วน้ำมูกบางทีอาจจะมีสี อาจจะเป็นสีเหลืองก็ได้ หรือว่าเป็นสีเขียวก็ได้นะครับ แต่ว่าถ้าเป็นภูมิแพ้เอง ส่วนใหญ่น้ำมูกจะใส และก็ปกติในไซนัสเราจะมีน้ำมูกน้ำเมือกที่สร้างออกมานะครับ และน้ำมูกน้ำเมือกนี้จะโดนขับออกมาในจมูกและก็โดนขับลงคอลงไปนะครับ คราวนี้ถ้าเกิดเยื่อบุจมูกเราบวม น้ำมูกน้ำเมือกที่อยู่ในไซนัสก็จะไม่สามารถโดนขับออกมาได้ ก็มีการคั่งข้างอยู่ข้างใน แล้วก็เกิดการติดเชื้อ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราเป็นแพ้อากาศ หรือว่าภูมิแพ้ แล้วก็เราดูแลไม่ดีก็จะทำให้มีอาการเป็นไซนัสอักเสบแทรกซ้อนขึ้นมาได้

คุณชมะนันทน์ : ครับ มาถึงของคุณบุญเลิศนะครับ เป็นหนักขนาดไหนครับ ตอนนั้น

คุณบุญเลิศ : ทำงานไม่ได้ครับ ถ้าเป็นไซนัส ก็ประมาณสักเป็นอาทิตย์ที่เราต้องนอนพักครับ เพราะว่าเราเป็นมาก เราจะปวดที่หัวคิ้ว ที่เบ้าตา แล้วจะมึนศีรษะ ผมว่ามันเป็นโรคที่ทรมาน เพราะว่าหนึ่ง เราทำงานไม่ได้ และมีผลต่อชีวิตประจำวันเรานะครับ ในครอบครัวด้วย อะไรด้วย บางทีเป็นถึงขนาด บางทีเรานั่งคุยกัน เพื่อที่อยู่ข้างๆ เขาจะได้กลิ่นของไซนัส กลิ่นของหนองที่อยู่ในโพรงจมูกเรา คนที่เป็นจะเข้าใจครับ ว่ามันเสียบุคลิกในบางครั้งด้วย

คุณชมะนันทน์ : แล้วมีปวดหัวอะไรมั้ยครับ

คุณบุญเลิศ : ปวดครับ มึนศีรษะ ปวดศีรษะ ขับรถไม่ได้ครับ เพราะว่าเราจะมึนมากเลย และอีกอย่างหนึ่งยาก็ทำให้เราง่วงด้วย ต้องพักผ่อนด้วย

คุณชมะนันทน์ : ตอนนั้นคุณบุญเลิศรักษาด้วยการทานยาใช่มั้ยครับ

คุณบุญเลิศ : ครับ

คุณชมะนันทน์ : ผ่าตัดหรือเปล่าครับ ตอนนั้น

คุณบุญเลิศ : ตอนนั้นปรึกษาคุณหมอแล้วว่าจะทำการผ่าตัด ทีนี้คุณหมอก็ให้ความรู้ว่า คือ การผ่าตัดเป็นทางหนึ่งนะครับ แต่ถ้าเกิดว่าการปฏิบัติตัวที่ดีแล้ว น่าจะเป็นอีกทางหนึ่งที่น่าจะช่วยได้

คุณชมะนันทน์ : ผมขอถามคุณหมอสักนิดนะครับ ว่าระดับการเป็นของไซนัสรุนแรงเป็นกี่ขั้นๆ แล้วต้องผ่าตัดมั้ยในบางกรณี

รศ.นพ.ทรงกลด : ในส่วนของคุณบุญเลิศเองก็มีอาการหนักนะครับ แต่ว่าก็อาจจะยังไม่หนักสุดๆ เพราะว่าไซนัสอักเสบเอง ถ้าเกิดเราเป็นมันมีโอกาสที่จะมีโรคแทรกซ้อนขึ้นมาได้นะครับ บางครั้งเชื้อที่อยู่ในไซนัสเอง อาจจะมีการลุกลามเข้าไปในลูกตา แล้วก็ทำให้ตาอักเสบ ถ้าเป็นเยอะอาจจะทำให้ตาบอดได้นะครับ อันที่สอง ตัวเชื้อเองอาจจะลุกลามไปที่สมองนะครับ ก็ทำให้มีเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทำให้มีฝีในสมองได้ ซึ่งอันตรายได้เหมือนกันนะครับ อันนั้นคือเป็นแบบหนักสุดๆ แต่ว่าในปัจจุบันเราพบอย่างนี้น้อยลงไปเรื่อยๆนะครับ เพราะว่าการรักษาก็ดีขึ้นนะครับ

คุณชมะนันทน์ : เรื่องการผ่าตัด

รศ.นพ.ทรงกลด :: ในแง่ของการทำผ่าตัด คือ ปกติแล้วไซนัสอักเสบ โดยเฉพาะถ้าเกิดเป็นแบบเฉียบพลันนะครับ ใช้ยาอย่างเดียวหายเกือบ 100% นะครับ ถ้าเกิดเป็นแบบเรื้อรังมีส่วนหนึ่งที่ต้องทำผ่าตัดเหมือนกันนะครับ เป็นแบบเรื้อรังหมายความว่าเป็นเกิน 3 เดือน แสดงว่าอาจจะมีสาเหตุบางอย่าง ที่เป็นต้นเหตุทำให้เป็นไซนัสอักเสบ ซึ่งต้นเหตุนั้นเรายังไม่ได้รักษา หรือรักษาไม่ดีพอนะครับ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นแบบเรื้อรังก็มีส่วนหนึ่งที่ต้องรักษาด้วยการทำผ่าตัด เพราะว่ามันมีต้นเหตุที่ต้องทำผ่าตัดอยู่ เดี๋ยวผมขอพูดในแง่ของภาพกว้างก่อนดีกว่าในรายไหนบ้างที่เราต้องทำผ่าตัดนะครับ ก็คือในกลุ่มแรก ตะกี้ที่กล่าวไปก็คือ ในรายที่มีโรคแทรกซ้อนขึ้นมาแล้ว อย่างเช่นว่า เป็นไซนัสอักเสบแล้วมีแทรกซ้อนไปที่ลูกตาไปที่สมอง กลุ่มนี้คงต้องทำผ่าตัดแน่ อันที่สอง ในกลุ่มที่มีลักษณะมีก้อนเนื้อนะครัย มีก้อนริดสีดวงจมูกที่ใหญ่ๆ นะครับ ไปอุดช่องเปิดของไซนัส ทำให้น้ำมูกน้ำเมือกที่ผมกล่าวไปตะกี้ ในไซนัส ไม่สามารถจะโดนขับออกมาได้ ในกลุ่มนี้อาจจะต้องทำผ่าตัดเหมือนกัน หรือว่าในรายที่มีลักษณะเนื้องงอกอุดตันช่องเปิดของไซนัสอยู่ พวกนี้ก็ต้องทำผ่าตักเหมือนกันนะครับ ในกลุ่มถัดไปคือ ในรายที่มีการอักเสบของไซนัสจากเชื้อรานะครับ การอักเสบของไซนัสจากเชื้อรา อาจจะเป็นได้ตั้งแต่เป็นการอักเสบแบบลุกลามนะครับ ลักษณะเป็นก้อนเชื้อรา หรือาจจะมีลักษณะที่แพ้เชื้อราแล้วทำให้เป็นไซนัสอักเสบ

คุณชมะนันทน์ : ผมสังสัยว่าก้อนเชื้อราคืออะไรครับ ถึงต้องผ่าตัดเอาก้อนเชื้อรานี้ออก

รศ.นพ.ทรงกลด : ปกติในจมูกกับในไซนัสเราจะมีเชื้อราอยู่ แต่เชื้อรานี้อยู่แบบไม่มีปัญหาอะไร แต่บังเอิญว่าอาจจะมีเชื้อราบางส่วนที่หลุดเข้าไปอยู่ในไซนัส แล้วกลไกของร่างกายเอง กลไกของไซนัสเอง ไม่สามารถจะขับเชื้อราเล็กๆออกมาได้ แล้วสภาพแวดล้อมมันเหมาะสมในการที่เจริญเติบโตขึ้นมาได้ เชื้อราก็จะโตขึ้นๆ เพราะว่าลักษณะเป็นก้อนอยู่ แต่ว่าก้อนเชื้อรานี้ไม่ได้เป็นตัวที่ลุกลาม หรือว่ากินเนื้อของตัวไซนัส แต่ว่าตัวเราเองจะมีปัญหาเรื่องไซนัสอักเสบ จากการที่ก้อนเชื้อรานี้ไปขัดขวางการขับของน้ำมูกน้ำเมือก ซึ่งต้องก้อนใหญ่พอสมควรมันถึงจะแสดงอาการ

คุณชมะนันทน์ : ก็ต้องกำจัดมันทิ้งไปซะ ถ้าผมเป็นคนดูอยู่ที่บ้าน รู้สึกวันนี้เป็นหวัดฟึดฟัด ผมควรจะไปหาคุณหมอหรือเปล่า หรือมีระดับไหนที่ว่าจะเริ่มเป็นไซนัสแล้ว ควรต้องรักษาอย่างเร่งด่วน

รศ.นพ.ทรงกลด : โดยทั่วไปแล้วหวัดที่พูดถึงคงเป็นการติดเชื้อไวรัสนะครับ หรือที่เราเรียกว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา ซึ่งในกลุ่มพวกนี้ส่วนใหญ่อาการจะเป็นมากประมาณ 4-5 วัน อันนี้ถ้าเราสังเกตดูว่า หวัดนั้นเราผ่านไป 5 วันแล้ว 7 วันอาการมันกลับแย่ลงอีกนะครับ หรือผ่านไป 10 วันแล้ว ไม่เห็นจะดีขึ้นเลย ก็บ่งชี้ว่ามีโอกาสที่จะแทรกซ้อนเป็นไซนัสได้ กับอีกอันหนึ่งก็คือ หวัดที่รุนแรงกว่าปกติ ปกติเราเป็นหวัด เราอาจจะมีคัดจมูก มีน้ำมูก มีเจ็บคอนิดๆ หน่อยๆ นะครับ แต่เอ๊ะ คราวนี้ทำไมแน่นจมูกมากเหลือเกิน จมูกไม่ได้กลิ่นเลย ปวดตามกระดูกใบหน้า แถวหน้าผากเยอะกว่าปกติ มีไข้สูง โอเค อย่างนี้อาจจะต้องไปหาแพทย์เหมือนกันนะครับ

คุณชมะนันทน์ : ถามคุณหมอตรงประเด็นเลย ถ้ามีคุณผู้ชมที่ดูแล้วเป็นไซนัสอยู่ ไซนัสหายขาดได้มั้ยครับ

ศ.นพ.ทรงกลด : ไซนัสหายขาดได้มั้ย บางรายหายขาดครับ แต่บางรายก็ไม่หายครับ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เป็นไซนัสอักเสบนะครับ สาเหตุบางอย่างนะครับ ผ่าตัดแล้วหายเลย อย่างที่ผมพูดไปตะกี้คือ ก้อนเชื้อราที่อยู่ในไซนัส พอเราผ่าตัดเอาก้อนเชื้อราออกไปทั้งหมด ไซนัสอักเสบที่เป็นอยู่หายเลยครับ สาเหตุบางอย่างอาจจะเป็นๆ หายๆ ของคุณบุญเลิศที่เป็นก็คือ คนที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งถ้าเกิดช่วงไหนโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แย่ลงนะครับ ไซนัสก็จะมา สาเหตุบางอย่างทำยังไงก็ไม่หายนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น บางรายมีความผิดปกติทางพันธุกรรมบางอย่างที่ทำให้การขับน้ำมูกน้ำเมือกของไซนัสผิดปกติไปนะครับ ฉะนั้นน้ำมูกน้ำเมือกที่สร้างออกมาในไซนัสไม่สามารถจะโดนขับทิ้งออกไปได้

คุณชมะนันทน์ : ผมฟังอย่างนี้ ไซนัสถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ด้วยเหรอครับ คุณหมอ

รศ.นพ.ทรงกลด : ตัวไซนัสอักเสบคือ การติดเชื้อของไซนัส ไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ว่าสาเหตุที่ทำให้เป็นไซนัสอักเสบ บางสาเหตุ ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

คุณชมะนันทน์ : เช่น ภูมิแพ้

รศ.นพ.ทรงกลด : เช่น ภูมิแพ้ครับ ที่ผมกล่าวไปตะกี้คือ ความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้การขับน้ำมูกน้ำเมือกผิดปกติไป หรือก้อนเชื้อรา อย่างนี้ไม่ได้เป็นพันธุกรรมนะครับ

คุณชมะนันทน์ : มาถึงในส่วนคุณบุญเลิศบ้างนะครับ ทุกวันนี้ผมได้ข่าวว่าหายขาดแล้ว เป็นปกติแล้วใช่มั้ยครับ

คุณบุญเลิศ : ครับ

คุณชมะนันทน์ : มีวิธีการดูแลตัวเองยังไงบ้างครับ

คุณบุญเลิศ : เราปรับตัวโดยใช้วิธีคือแนวธรรมชาติช่วย แต่ถ้าเกิดตอนเป็น ตอนที่กำลังเริ่มจะดีขึ้น ตอนที่ยังเป็นอยู่ ผมก็ยังต้องพึ่งคุณหมออยู่นะครับ แต่ว่าหลังจากที่เราขีดเส้นให้กับตัวเองว่า เราขอเลือกทางธรรมชาติบำบัดด้วยทางหนึ่งก็เริ่มดีขึ้น ดีขึ้นตามลำดับ เช่น การออกกำลังกายช่วยนะครับ แล้วก็การทานอาหารนี่สำคัญที่สุด ที่ผมคิดเองนะครับว่า เราจะเลือกทานอาหารที่มีแต่ประโยชน์กับร่างกายจริงๆ นะครับ เมื่อก่อนรับประทานอาหารกันแบบ มันไม่กลัว หวานไม่กลัวนะครับ หลังจากที่เราปรับตรงนี้ ผมว่ามันดีขึ้นจริงๆ

คุณชมะนันทน์ : คุณหมอครับ ฟังจากที่คุณบุญเลิศเล่าในการรักษาตัว ในชีวิตประจำวัน ในการเลือกทาน ในการออกกำลังกาย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาการดีขึ้นมั้ยครับ

รศ.นพ.ทรงกลด : แน่นอนเลยครับ เพราะว่าโรคเราจะหายหรือไม่หาย หรือจะหายเร็ว หรือหายช้า ประการสำคัญก็คือ อยู่ที่สภาพร่างกายนะครับ ถ้าเกิดเราดูแลร่างกายดี สภาพร่างกายของเราดี แข็งแรง ฟิต ออกกำลังกายสม่ำเสมอนะครับ ทานอาหารที่พอเพียงนะครับ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไปนะครับ หลีกเลี่ยงสารก่อความระคายเคืองทั้งหลายก็จะทำให้สุขภาพร่างกายของเราดีขึ้นนะครับ ไม่เฉพาะแต่ไซนัสอักเสบ แต่ก็จะรวมถึงโรคอื่นๆ อีกหลายๆ โรคนะครับ

คุณชมะนันทน์ : วันนี้คงต้องขอขอบคุณทั้งสองท่านมากครับ วันนี้มีน้ำผลไม้ไอวี่ครับ อร่อย ให้ประโยชน์มอบให้ทั้งคู่ครับ ขอบคุณครับ คุณผู้ชมครับ นี่คือสาระดีๆ นะครับ ว่าเราควรจะดูแลตัวเองดีๆ ยังไง ไม่ให้ไซนัสเข้ามาหาเราทีเผลอนะครับ ช่วงนี้พักสักครู่ ช่วงหน้ายังมีเรื่องราวที่เป็นประโยชน์อีกเยอะครับ


ที่มา: รายการ ไฮ-คิว ไลฟฟ
ออกอากาศเมื่อ: 6 พฤษภาคม 2550
สถานีโทรทัศน์: ช่อง 9 โมเดิีรน์ไนน์ทีวี

ข่าวสุขภาพ

ใบหมี่...สมุนไพรสำหรับเส้นผม
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ใบหมี่เป็นพืชที่ให้สารเมือกที่มีประโยชน์ทางเครื่องสำอางโดยมีการนำมาทำยา สระผม ใบหมี่เป็นพืชในท้องถิ่น หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเนื่องจากมีสารเมือก (mucilage) ที่มี polysac charide เป็นองค์ประกอบหลัก สารสกัดจากใบหมี่มีสารสำคัญที่มีสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหรือยาที่ใช้ภายนอก ใบหมี่ มีชื่อในตำรับ ยาล้านนาว่า หมีเหม็น มีชื่อในท้องถิ่นอื่นในภาคเหนือว่า มะเย้อ, ยุบเหยา, หมีเหม็น, ยุกเยา, ยุบเย้า, ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี่, ตังสีไพร (พิษณุโลก) เป็นต้น...
"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube