Saturday Jul 31

Share

นักฟุตบอลของท่านมีความฟิตเพียงใด ก่อนเข้าแข่งขันในไทยลีกหรือดิวิชั่นต่างๆ (ตอนที่ 2)

( 6 Votes )

ในช่วงนี้สโมสรฟุตบอลต่างๆ กำลังเตรียมตัวนักฟุตบอลเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน และหัวใจของความสำเร็จที่สำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ ความฟิต หรือความสมบูรณ์แข็งแรงในสมรรถภาพของนักฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งนอกเหนือจากจะทำให้ทีมมีชัยต่อคู่ต่อสู้แล้ว ยังถือเป็นการบาดเจ็บด้วยหากนักฟุตบอลมีความแข็งแกร่งด้วยหากนักฟุตบอลมีความแข็งแกร่งของร่างกายอย่างดี

ข้อเขียนในวันนี้จะเป็นตอนที่ 2 สำหรับการทดสอบต่อจากสัปดาห์ที่แล้วที่กล่าวถึง

  1. การทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength Test) ที่มีการทดสอบ 3 แบบ (สัปดาห์ที่แล้ว)
  2. การทดสอบความรวดเร็ว และความคล่องแคล่ว (Sprint and Agility Test) มี 3 แบบดังนี้
    • 40 Meters Sprint (การจับเวลาวิ่งเร็ว 40 เมตร) ให้เตรียมสนามทดสอบทางยาว 40 เมตร โดยนักฟุตบอลวิ่งจากจุดเริ่มต้นจนถึงจุด 40 เมตร แล้วจับเวลา โดยอนุญาตให้ทดลองวิ่งได้ 1 ครั้ง และเอาจริงอีก 1 ครั้ง เอาเวลาที่ดีที่สุดที่ทำได้ ในกรณีที่ต้องการดูรายละเอียดมากขึ้นอาจจับเวลาช่วง 10 เมตรแรกด้วยเพื่อดูความเร็วต้น
    • Four Line Sprint (เป็นการทดสอบความคล่องตัว หรือความสามารถในการเปลี่ยนทิศทางขณะวิ่ง) โดยต้องเตรียมสนามเพื่อการทดสอบตามรูปที่ 1
       
      รูปที่ 1




      หาพื้นที่ในสนามฟุตบอลขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร แนวเส้นที่ 1 ห่างจากเส้นที่ 2 เท่ากับ 20 เมตร แนวเส้นที่ 2 ถึงแนวเส้นที่ 3 และแนวเส้นที่ 3 ถึงแนวเส้นที่ 4 ห่างเท่ากันคือ 10 เมตร จุดเริ่มต้น (จุด A) อยู่บนแนวเส้นที่ 3 จุด B, C อยู่บนแนวเส้นที่ 4 และ 2 ตามลำดับ โดยอยู่ในแนวขนานกัน จุด D, E อยู่บนแนวเส้นที่ 3 และ 1 ตามลำดับ โดยอยู่ในแนวขนานกัน การประเมินผล ให้จับเวลานับตั้งแต่ให้สัญญาณ เริ่มทดสอบนักฟุตบอลลุกขึ้นเริ่มวิ่งจากจุด A-B-C-D-E จนผ่านจุด E ไป

    • Zigzag Run (การวิ่งซิกแซก)
      วิธีทดสอบ ให้นักฟุตบอลยืนอยู่ข้างกรวยหมายเลข 1 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการทดสอบหากรวยอีก 5 อัน มาวางทแยงกันเป็น 2 แถวตามรูป แถวแรกกรวยหมายเลข 1, 3 และ 5 ส่วนแถวที่ 2 กรวยหมายเลข 2, 4 และ 6 เมื่อให้สัญญาณเริ่มการทดสอบ นักฟุตบอลจะต้องวิ่งไปทีละจุดจากกรวยหมายเลข 1 ไปอ้อมกรวยหมายเลข 2 วิ่งไล่ไปเรื่อยจนผ่านกรวยหมายเลข 6 การประเมินผล ให้จับเวลาตั้งแต่ให้สัญญาณเริ่มการทดสอบ นักฟุตบอลเริ่มวิ่งจนกระทั่งผ่านกรวยหมายเลขที่ 6

      การเตรียมสนามเพื่อทดสอบ
       
      รูปที่ 2




       

  3. การทดสอบความบึกบึนทั้งแบบแอโรบิค และแอนแอโรบิค (Tests of Aerobic and Anaerobic Endurance) มีหลักการดังนี้

    Aerobic endurance (ความบึกบึนอดทนด้านแอโรบิค) หมายถึงความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง (กล้ามเนื้อขา/กล้ามเนื้อแขน) เช่น การวิ่ง เป็นเวลานานต่อเนื่องกัน ซึ่งต้องอาศัยความแข็งแรงของระบบหัวใจ การไหลเวียนโลหิตและการหายใจ ในการนำโลหิตที่มีออกซิเจนไปส่งให้เซลล์ของกล้ามเนื้อที่ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง

    Anaerobic endurance (ความบึกบึนอดทนด้านแอนแอโรบิค) หมายถึง ความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องเป็นเวลาสั้นๆ ไม่ต่อเนื่องกัน เช่น การยกน้ำหนัก การวิ่งเร็วในช่วงสั้นๆ และหยุดพัก ซึ่งไม่ต้องอาศัยความแข็งแรงของระบบหัวใจ หรือที่เรียกว่า aerobic fitness แต่อาศัยความแข็งแรงของระบบกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Muscular Fitness เป็นหลัก

การทดสอบดังกล่าวจะมี 3 แบบ คือ

  • Three Corner Run (วิ่ง 3 เหลี่ยม) ให้เตรียมสนามฟุตบอลตามรูปให้วิ่งจาก แล้วจับเวลา และให้จับชีพจรก่อนเริ่มทดสอบ ขณะที่ถึงจุด D และหลังจากนั้นอีก 2 นาที เพื่อนำมาเปรียบเทียบ และประเมินผล
  • Shuttle Run Test - เป็นการทดสอบความฟิต หรือความแข็งแรงระบบแอโรบิค (Aerobic Fitness)

    วิธีการ (ดูรูปประกอบ)

    ให้นักฟุตบอลวิ่งติดต่อกันโดยนับรอบที่วิ่งได้โดยจากจุดเริ่มต้นไปถึงจุดวิ่งกลับห่างกัน 20 เมตร โดยเมื่อวิ่งครบ 1 รอบ แล้วให้พักได้ 5 วินาที แล้ววิ่งรอบต่อไปโดยจะต้องวิ่งให้เร็วขึ้นกว่ารอบก่อนหน้านี้ไปเรื่อยๆ การทดสอบสิ้นสุดลงเมื่อนักฟุตบอลวิ่งต่อไปไม่ไหวแล้ว

    การประเมินผล ก่อนการทดสอบให้จับชีพจรของนักฟุตบอลขณะพัก และเมื่อการทดสอบสิ้นสุดลงให้จับชีพจรอีกครั้งหนึ่ง โดยบันทึกเอาไว้เป็นจำนวนการเต้นของหัวใจต่อ 1 นาที โดยให้เก็บเป็นสถิติเอาไว้สำหรับเปรียบเทียบกับการทดสอบครั้งก่อนๆ รวมทั้งเปรียบเทียบกับนักฟุตบอลคนอื่นๆ ด้วย

  • Twelve Minute Run (การวิ่ง 12 นาที) การทดสอบอาจใช่ลู่วิ่งในสนามกีฬา (1 รอบเท่ากับ 400 เมตร) โดยใช้รองเท้าผ้าใบ โดยวัดระยะทางที่วิ่งได้เมื่อครบ 12 นาที ซึ่งแต่ละผู้เล่นอาจเล่นครบ 12 นาทีในจุดต่างๆ กัน และให้วัดชีพจรทันที (ครั้ง / นาที) และอีก 3 ครั้ง คือนาทีที่ 13, 15 และ 17 เพื่อดูว่าอัตราการเต้นของหัวใจจะค่อยๆ ลดลงมาอย่างต่อเนื่องอย่างไร? ให้บันทึกเก็บไว้เป็นสถิติเพื่อเปรียบเทียบกับตนเอง และนักฟุตบอลคนอื่นๆ ต่อไป

การทดสอบทั้ง 9 แบบเพื่อครอบคลุมทั้ง 3 เป้าหมาย คือ

  1. Strength Tests การทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (3 สถานี)
  2. Sprint and Agility Tests การทดสอบความรวดเร็ว และความคล่องแคล่ว (3 สถานี)
  3. Tests of Anaerobic and Aerobic Endurance (การทดสอบความแข็งแรงบึกบึนด้านแอโรบิค และแอนแอโรบิค) (3 สถานี)

จะเป็นการทดสอบที่ท่านผู้เป็นโค้ช หรือผู้ฝึกสอนสามารถนำไปประเมินนักฟุตบอลในสังกัดของท่านได้เป็นอย่างดี และต้องเข้าใจว่าเป็น Pre-season Assessment of Performance เพื่อทดสอบก่อนเข้าสู่ช่วงของการแข่งขันนะครับ เพราะระหว่างการแข่งขันจะมีการฝึกซ้อม และการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นท่านต้องพิจารณาตารางการเตรียมทีม การทดสอบ การฝึกซ้อม และอื่นๆ อย่างเป็นระบบ ท่านก็จะได้ประโยชน์สูงสุดจากนักฟุตบอลของท่าน ซึ่งนักฟุตบอลเหล่านี้นี่เองจะเป็นตัวหลักในการคว้าชัยชนะหรือประสบความล้มเหลว ขอให้โชคดีทุกๆ ทีมนะครับ

ผู้เขียน: นอ.(พิเศษ) นพ.ไพศาลจันทรพิทักษ์
Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

ข่าวสุขภาพ

"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
ถุงช็อปปิ้งมีเชื้อโรค ก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษ เป็นอันตรายถึงชีวิต
นักวิจัยทั้งในอังกฤษและอเมริกา ต่างเตือนนักช็อปปิ้งทั้งหลายว่า ถุงใส่สิ่งของที่จับจ่าย อาจทำอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะมันกลายเป็นที่อยู่ ของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเป็นพิษ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube