เบคแฮมเป็นโรคหืดเรื้อรัง
( 1 Vote )ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับเบคแฮม นักเตะผู้ดีอังกฤษที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ว่าเป็นผู้ที่เป็นโรคหืดตั้งแต่เด็ก และบอกสั้นๆ ในข่าวเล็กๆ ว่าเป็นโรคหืดเรื้อรัง ซึ่งไม่มีรายละเอียดบอกเอาไว้ และผมก็ไม่เคยทราบข้อมูลนี้มาก่อน แต่ผมเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านเกี่ยวกับโรคหืดที่ท่านควรจะทราบ และต้องขอบอกเอาไว้ด้วยว่านักกีฬาชั้นนำหลายๆ คน รวมทั้งนักกีฬาทีมชาติไทยของเรา ก็เป็นโรคหืดนี้กันมากพอสมควร จากข้อมูลที่ผมได้เคยมีโอกาสไปปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ประจำทีมนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันซีเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์หลายครั้ง
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคหอบหืด (Bronchial Asthma) ที่ท่านควรทราบ
จากข้อมูลในเว็บไซต์ www.bangkokhealth.com นพ.ตฤณ จารุมิลินท ผู้อำนวยการศูนย์โรคภูมิแพ้ และหอบหืด รพ.กรุงเทพ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ผลจากการประเมินจำนวนผู้เป็นโรคหอบหืดทั่วโลกขององค์กรอนามัยโลก (WHO – World Health Organization) พบว่ามีผู้ป่วยโรคหอบหืดประมาณ 200 ล้านคนโดยเฉลี่ยของทุกประเทศ จะมีคนเป็นโรคหอบหืดอยู่ 6-7% และบอกด้วยว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 180,000 รายต่อปี และมีแนวโน้มที่จะมีผู้ป่วยโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นทั่วโลก โรคหอบหืดถือว่าอยู่ในกล่มโรคที่มีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพชีวิตรุนแรงที่สุด
โรคหอบหืดมีลักษณะเฉพาะของการอักเสบเรื้อรังของปอด ส่วนใหญ่เกิดจากอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น สปอร์ของเชื้อรา ซึ่งความรุนแรงไม่เหมือนกัน เมื่อมีอาการของหอบหืดจะทำให้ท่อหลอดลมตีบแคบลง ทำให้การแลกเปลี่ยนอ๊อกซิเจนในอากาศที่คนเป็นโรคหอบหืดหายใจเข้าไป มีปริมาณไม่เพียงพอที่จะไปเลี้ยงเซลล์สมอง ทำให้ต้องหายใจจำนวนครั้งมากขึ้น มีลักษณะหอบเหนื่อย หายใจออกมีเสียงหวีดๆ บางครั้งได้ยินจากภายนอก โดยไม่ต้องใช้หูฟังของแพทย์ ถ้าอยู่ในสภาวะนี้นานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อรอบๆ หลอดลมหดตัว จะมีอาการอักเสบมากขึ้น หลอดลมบวม ทำให้หายใจลำบากมากขึ้นรวมถึงมีอาการเหนื่อยมากขึ้นด้วย
การรักษา ผู้มีอาการเหนื่อยหอบจากโรคหอบหืด แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาพ่นที่มีฤทธิ์ในการทำให้กล้ามเนื้อเรียบที่อยู่รอบๆ หลอดลมที่หดตัวคลายตัวลง หลอดลมจะกลับมามีขนาดเท่าเดิม โดยทำให้อาการอักเสบบวมของหลอดลมมีอาการดีขึ้น ในกรณีที่เป็นรุนแรง อาจต้องใช้ยาฉีด หรือยารับประทานร่วมด้วยเพื่อขยายหลอดลมให้ได้ผลดีมากขึ้น
การป้องกัน โรคหอบหืดมักมีอาการกำเริบขึ้นมา จากการที่ผู้ป่วยรายนั้นอาจไปรับสารที่ตนเองแพ้เข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะการหายใจ บางรายหายใจเอาควันบุหรี่เข้าไปมากๆ หายใจเอาทินเนอร์ที่ผสมในสีเข้าไป หรือบางคนอาจแพ้ฝุ่นละอองบนที่นอน ผ้าห่ม อาจหายใจเข้าไปแล้วเกิดอาการหลอดลมหดตัว มีอาการหอบเหนื่อยได้
ผู้ที่มีอาการเรื้อรัง ต้องพยายามหลีกหนีสิ่งที่ตนเองแพ้ และต้องรับการรักษาเมื่อมีอาการหลอดลมปอดหดตัว โดยการใช้ยาพ่นขยายหลอดลม โดยมีหลักฐานทางการแพทย์ว่า การออกกำลังกายให้สม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายแข็งแรง หัวใจ ปอด ระบบหายใจ และหลอดเลือด มีการทำงานที่สมบูรณ์ มีภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ ได้ดี รวมทั้งโรคหอบหืดด้วย กรณีที่มีรายงานการเสียชีวิตนั้น ส่วนใหญ่เป็นรายที่เป็นรุนแรง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีปัญหาโรคอื่นๆ อยู่ด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต เมื่อมีอาการของหืดหอบรุนแรงอยู่นานๆ หรือไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือระบบหายใจล้มเหลวได้
โรคหอบหืดในนักกีฬา แม้นว่านักกีฬาชั้นแนวหน้าที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าประชาชนทั่วไป แต่เวลาเล่นกีฬาก็อาจเกิดอาการหอบเหนื่อยขึ้นมาได้ โดยต้องพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวที่คิดว่าตนเองแพ้ ซึ่งในเรื่องนี้การใช้ยาพ่นเพื่อรักษาอาการหอบเหนื่อยของนักกีฬาที่เป็นโรคหอบหืด ไม่ถือว่าเป็นการโด๊ป แต่ผู้ใช้ยาพ่นเพื่อการรักษาสามารถที่จะแจ้งแก่แพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่ตรวจหาสารต้องห้าม โดยการเขียนลงฟอร์ม TUE (Therapeutic Use Exemption) และระบุไปว่าใช้ยาพ่นชนิดใด เพื่อที่จะได้รับพิจารณาว่าไม่มีความผิด
ในกรณีของเบคแฮม
เนื่องจากไม่ค่อยได้รับข่าวสารเกี่ยวกับความเจ็บป่วยโรคหอบหืดของเบคแฮม ดังนั้นผมเชื่อได้ว่าในกรณีของเบคแฮมนั้น โรคหอบหืดคงได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างดี อาการหอบเหนื่อยคงจะไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก หรืออาจเรียกอีกอย่างหนี่งว่า อยู่ในความควบคุมของแผนการรักษาอย่างดียิ่ง ประกอบกับเบคแฮมเป็นนักกีฬาฟุตบอลที่ยังคงเล่นในลีกอาชีพมาโดยตลอด ร่างกายแข็งแรงมีความสมบูรณ์ที่จะทำให้เบคแฮมมีร่างกายที่มีภูมิต้านทานสูง พยายามหลีกหนีสิ่งที่ตนเองมีประวัติแพ้ โรคหอบหืดก็สามารถได้รับการควบคุมให้อยู่เฉยๆ สงบนิ่งได้เป็นอย่างดี เล่นฟุตบอลไม่เหนื่อยง่าย สภาพร่างกายสมบูรณ์เช่นเดียวกับนักฟุตบอลปกติทั่วๆ ไป
ความหวังของคนเป็นโรคหอบหืด
ผมหวังว่าท่านผู้อ่านที่มีบุตรหลานเป็นโรคหอบหืดคงมีกำลังใจที่ดีว่า หากท่านปฏิบัติตนได้ดีตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา พยายามช่วยตนเองด้วยการดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง รู้จักรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสารอาหารที่ตนเองมีประวัติว่าแพ้หลีกเลี่ยงสถานที่วัสดุสิ่งของหรือสิ่งที่ตนเองแพ้ เขาเหล่านั้นก็สามารถใช้ชีวิตแบบคนปกติได้ หรือถ้าเป็นแบบเอคแฮมก็ถือว่าสามารถใช้ชีวิตได้เหนือคนปกติทั่วไป สวัสดีครับ
| ผู้เขียน: นอ.(พิเศษ) นพ.ไพศาลจันทรพิทักษ์ Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it |
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่
| < Prev | Next > |
|---|






