Tuesday Sep 07

Share

หลับสบาย ไม่ต้องนับแกะ

( 1 Vote )

เชื่อว่าหลายท่านคงเคยมีปัญหาการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทมาบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้ จะทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ รู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลีย และเป็นสาเหตุให้ การฟื้นฟูระบบการทำงานและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลงด้วย

ซึ่งแต่ละท่านอาจมีปัจจัยที่ทำให้นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท แตกต่างกันไป และเมื่อพบว่ามีสิ่งที่ส่งผลต่อการนอนหลับก็ควรรีบแก้ไขโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมาก หลายวิธีที่จะช่วยให้หลับสนิท พักผ่อนได้อย่างเพียงพอ ตัวอย่างเช่น

  • ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีน เช่น การแฟ ชา น้ำอัดลม ช็อคโกแลต เนื่องจากกระตุ้นให้สมองตื่นตัวและนอนไม่หลับ
  • ถึงแม้ว่าแอลกฮอล์ จะมีฤทธิ์กดการทำงานของสมองทำให้หลับง่ายขึ้น แต่ก็ทำให้ตื่นบ่อย คุณภาพการนอนไม่ดี
  • ไม่ควรดื่มน้ำปริมาณมากเกินไปก่อนเข้านอน เพราะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย รบกวนการนอนหลับ
  • การสูบบุหรี่จะทำให้หลับยาก และตื่นบ่อย เนื่องจากผลของสารนิโคตินในบุหรี่
  • การออกกำลังกายในช่วงบ่าย เช่น การเดิน วิ่ง หรือแอโรบิค จะทำให้การนอนหลับง่ายขึ้น และการหลับนั้นสนิทและมีคุณภาพมากขึ้น ข้อควรระวังคือ ไม่ควรออกกำลังกายในช่วงก่อนนอน 3 ชั่วโมง เพราะจะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ร่างกายตื่นตัว และหลับยาก
  • อุณหภูมิในห้องนอนควรอยู่ในระดับเย็นสบาย ไม่ร้อนและไม่หนาวเกินไป และห้องนอนควรมืด ไม่มีแสงสว่างใดจะทำให้นอนหลับได้สนิทดียิ่งขึ้น
  • การอาบน้ำอุ่นจะทำให้การหลับดีขึ้น เนื่องจากหลังอาบน้ำอุ่น ร่างกายจะผ่อนคลาย อุณหภูมิร่างกายจะลดลงเป็นสัญญาณว่าถึงเวลานอน ทำให้หลับได้ง่ายขึ้น
  • มีสมุนไพรบางชนิดที่มีการศึกษาพบว่าช่วยให้นอนหลับสนิทมากขึ้น ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มทีท และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวอีกด้วย
  • ที่สำคัญควรนอนและตื่นให้เป็นเวลา เพื่อให้นาฬิกาชีวิตทำงานเป็นปกติ

เหนือสิ่งอื่นใด ที่จะส่งผลต่อการนอนหลับของเรามากที่สุด คือ การรับประทานอาหารที่จำเป็น และมีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณที่เพียงพอ รู้จักผ่อนคลาย ไม่เก็บเรื่องต่างๆ มาคิดก่อนนอน ทำให้พะวงและนอนไม่หลับ ควรทำสมาธิก่อนนอนให้ร่างกายผ่อนคลายเต็มที่ เพื่อการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบอันจะนำไปสู่การฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย และสุขภาพที่ดีของท่าน ช่วยให้ท่านมีชีวิตประจำวันที่สดชื่น

ข่าวสุขภาพ

ใบหมี่...สมุนไพรสำหรับเส้นผม
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ใบหมี่เป็นพืชที่ให้สารเมือกที่มีประโยชน์ทางเครื่องสำอางโดยมีการนำมาทำยา สระผม ใบหมี่เป็นพืชในท้องถิ่น หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเนื่องจากมีสารเมือก (mucilage) ที่มี polysac charide เป็นองค์ประกอบหลัก สารสกัดจากใบหมี่มีสารสำคัญที่มีสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหรือยาที่ใช้ภายนอก ใบหมี่ มีชื่อในตำรับ ยาล้านนาว่า หมีเหม็น มีชื่อในท้องถิ่นอื่นในภาคเหนือว่า มะเย้อ, ยุบเหยา, หมีเหม็น, ยุกเยา, ยุบเย้า, ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี่, ตังสีไพร (พิษณุโลก) เป็นต้น...
"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube