ไวรัสเดงกี (Dengue virus)
( 3 Votes )
ไวรัสเดงกี (Dengue virus) เป็นเชื้อต้นเหตุก่อโรคไข้เลือดออกที่สำคัญในประเทศไทย เริ่มมีการระบาดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2501 ในปัจจุบันนับได้ว่าโรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อ ที่นำโดยยุงลาย (Aedes aegypti) ที่มีความสำคัญมาก โดยพิจารณาทางด้านสาธารณสุขที่มีผู้ป่วยในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ไวรัสเดงกี่เป็นไวรัสชนิด RNA อยู่ในตระกูล Flaviviridaeปัจจุบันมีด้วยกัน 4 ซีโรทัยป์ ได้แก่ DEN-1 DEN-2 DEN-3 และ DEN-4 ไวรัสเดงกี่ทั้ง 4 ซีโรทัยป์จะมีแอนติเจนร่วมกันบางส่วน ทำให้เมื่อเกิดการติดเชื้อชนิดหนึ่ง จะเกิดภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออีกชนิดหนึ่ง แต่ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจะอยู่ได้ 6-12 เดือน ส่วนภูมิคุ้มกันที่เกิดกับเชื้อซีโรทัยป์ที่ทำให้ป่วยจะมีตลอดชีวิต เช่น หากป่วยเป็นไข้เลือดออกจากเชื้อ DEN-1 ผู้ป่วยจะมีภูมิต่อเชื้อนี้ตลอดชีวิต แต่จะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อแดงกี่ชนิดอื่นเพียง 6-12 เดือนเท่านั้น การติดเชื้อซ้ำหรือการติดเชื้อครั้งที่สองจะเป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออกได้มากถึงร้อยละ 80-90

ประเทศไทย
- สมัยก่อนปี พ.ศ. 2543 พบว่าการระบาดของเชื้อ DEN-2 หลังจากนั้นพบลดน้อยลง แต่จะพบเชื้อ DEN-3 มากขึ้น และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พบผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับที่พบในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2530 และการระบาดในประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
- แต่หลังจากปี พ.ศ. 2543 เชื้อ DEN-2 เริ่มกลับมาพบมากขึ้น และมีอัตราการตายสูงเนื่องจากเป็นเชื้อที่หากเป็นแล้วจะเกิดอาการรุนแรง
- ปัจจุบันพบการระบาดของเชื้อ DEN-4 ในประเทศไทย
- ประเทศไทยเริ่มพบโรคไข้เลือดออกประปราย ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2492 และการระบาดใหญ่ในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2501 ในเขตกรุงเทพ-ธนบุรี
- สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501-2545 มีแนวโน้มที่สูงขึ้น และมีการระบาดหลายลักษณะ เช่น ระบาดปีเว้นปี ปีเว้น 2 ปี หรือระบาดติดต่อกัน 2 ปี แล้วเว้น 1 ปี
- ในระยะ 15 ปีย้อนหลัง ลักษณะการระบาดมีแนวโน้มระบาด 2 ปี เว้น 2 ปี
- ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะอยู่ในกลุ่มอายุ 0-14 ปี อัตราป่วยสูงสุดในกลุ่มอายุ 5-9 ปี อัตราส่วนผู้ป่วยเพศหญิงต่อเพศชายใกล้เคียงกัน พบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบมากในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม

Dengue virus type 1
- ไวรัสเดงกี่ที่ถูกค้นพบครั้งแรก เป็นไวรัสที่แยกเชื้อได้จากทหารที่ป่วยติดเชื้อในเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย ไวรัสที่พบในประเทศนิวกินี และไวรัสที่พบบนเกาะฮาวาย ในครั้งนั้นพบว่าไวรัสจากประเทศอินเดีย จากเกาะฮาวาย และสายพันธุ์หนึ่งจากประเทศนิวกินี มีความคล้ายคลึงกันมาก ในขณะที่สายพันธุ์อื่นๆจากประเทศนิวกินี กลับมีความแตกต่างกันออกไป จึงตั้งชื่อไวรัสสองพวกนั้นว่า dengue 1 (DEN-1) และ dengue 2 (DEN-2) และกำหนดให้เป็นไวรัสต้นแบบ (DEN-1, Hawaii และ DEN-2, New Guinea-C)
เชื้อ DEN-1 (strain TH-SMAN) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้ในปี ค.ศ. 1958 จาก
ผู้ป่วยในกรุงเทพมหานคร- เชื้อ DEN-1 (strain Western Pacific) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยโรคไข้เดงกี่ที่มีอาการเล็กน้อยในปี ค.ศ. 1974 ที่ Nauru Island ซึ่งอยู่ใน Western Pacific
- เชื้อ DEN-1 (strain CV1636/77) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้ในปี ค.ศ. 1977 จากผู้ป่วยในประเทศจาไมกา
- เชื้อ DEN-1 (strain AHF 82-80) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้ในประเทศไทย เมื่อปี ค.ศ. 1980
- เชื้อ DEN-1 (Mexico 1983, strain 1378) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยโรคไข้เดงกี่ในปี ค.ศ. 1983
- เชื้อ DEN-1 (Philippines 1984, strain 162, AP2) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้ในปี ค.ศ. 1984
- เชื้อ DEN-1 (strain Singapore S275/90) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเดงกี่ในปี ค.ศ. 1990

Dengue virus type 2
- เชื้อ DEN-2 (isolate Malaysia M1) เป็นไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ 2 ที่พบในประเทศมาลาเซีย โดย M1 หมายถึง ไวรัสที่พบในผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเดงกี่ M2 หมายถึง ไวรัสที่พบในผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกและมีอาการช็อค ส่วน M3 หมายถึง ไวรัสที่พบในผู้ป่วยโรคไข้เดงกี่
- เชื้อ DEN-2 (isolate Malaysia M2)
- เชื้อ DEN-2 (isolate Malaysia M3)
- เชื้อ DEN-2 (NGC-prototype) ถูกค้นพบ และแยกเชื้อได้ในปี 1944 จากผู้ป่วยโรคไข้เดงกี่จาก New Guinea เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Dengue virus prototype strain New Guinea C (NGC)
- เชื้อ DEN-2 (strain Tonga 1974) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้จากการระบาดในประเทศ Tonga เมื่อปี ค.ศ. 1974
เชื้อ DEN-2 (strain Jamaica 1409) ถูกค้นพบ และแยกเชื้อได้ในปี ค.ศ. 1983 จากผู้ป่วยในประเทศ Jamaica- เชื้อ DEN-2 (strain TH-36) ถูกค้นพบ และแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยในประเทศไทย ระบาดในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี ค.ศ. 1958 ครั้งนั้นเกิดการระบาดในฤดูฝน เรียกชื่อว่า Thai hemorrhagic fever พบว่ามีผู้ป่วย 2500 ราย อัตราการเสียชีวิตร้อยละ 10
- เชื้อ DEN-2 (strain 16681) ถูกค้นพบ และแยกเชื้อได้ในปี ค.ศ. 1964 จากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในกรุงเทพมหานคร
- เชื้อ DEN-2 (strain PUO-218) ถูกค้นพบ และแยกเชื้อได้เมื่อปี ค.ศ. 1990 จากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย
- เชื้อ DEN-2 (strain D2-04) ถูกค้นพบ และแยกเชื้อได้ในปี ค.ศ. 1985 จากผู้ป่วยในประเทศจีน
- เชื้อ DEN-2 (strain PR159/S1) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้ในปี ค.ศ. 1969 จากผู้ป่วยในประเทศ Puerto Rico
- เชื้อ DEN-2 (strain 16681-PDK53) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้จากโครงการวิจัยวัคซีนไข้เลือดออกของมหาวิทยาลัยมหิดล Mahidol D2 vaccine virus

Dengue virus type 3
ไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ 3 (DEN-3) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกระหว่างการระบาดในกรุงมะนิลาในปี ค.ศ. 1956
Dengue virus type 4
ไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ 4 (DEN-4) ถูกค้นพบและแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกระหว่างการระบาดในกรุงมะนิลาในปี ค.ศ. 1956
การแยกเชื้อไวรัสเดงกี
การแยกเชื้อไวรัสเดงกีจากตัวอย่างตรวจถือว่าเป็นการยืนยันสาเหตุการเกิดโรคที่แน่นอนที่สุด นอกจากนั้นยังเป็นวิธีที่บอกถึงซีโรทัยป์ (serotype) ของไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคหรือก่อให้เกิดการระบาด จึงมีความสำคัญในเเง่ระบาดวิทยา- วิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือ Mosquito cell culture C6/C36 เป็นเซลล์เพาะเลี้ยงที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้ในการแยกเชื้อไวรัสเดงกี หลังจากเลี้ยงไวรัส 7 วันเเล้ว ตรวจหาไวรัสโดยวิธี Fluorescence antibody techniques
การตรวจพีซีอาร์
- เรียกว่า Reverse transcription - Polymerase Chain reaction หรือ RT-PCR
- การทดสอบนี้เริ่มจากการสกัด RNA จากสิ่งส่งตรวจ เช่น ซีรั่ม จากนั้นเปลี่ยนสาย RNA genome ของไวรัสให้เป็น complementary DNA หรือ cDNA ในปฏิกิริยา reverse transcription หลังจากนั้นจึงทำ PCR เพื่อเพิ่มจำนวนสาย DNA โดยใช้ DNA region สั้นๆ ซึ่งอยู่ในสาย cDNA เป็น target และใช้ primer ที่จำเพาะต่อไวรัสเดงกีนั้นๆ
- การตรวจหา PCR product ทำได้หลายวิธี วิธีที่นิยม คือ นำ PCR product ไปทำ electrophoresis ใน agarose gel แล้วย้อม gel ด้วย ethidium bromide แล้วเทียบขนาดโมเลกุลของ PCR product กับขนาดของ product เมื่อ ใช้ไวรัสเดงกีเป็น control
- วิธี PCR เป็นวิธีที่รวดเร็ว อาจได้ผลภายใน 4-24 ชั่วโมง พบว่ามีความไวและความจำเพาะสูง
- ข้อเสียของ PCR คือ ค่าใช้จ่ายสูง และปัญหาเรื่องผล false positive เนื่องจากการปนเปื้อนจาก amplified PCR product ครั้งก่อนได้ง่าย
- ในการทดสอบจึงควรมี negative control ในขั้นตอนต่างๆของการทำ RT-PCR และผู้ปฏิบัติควรมีความชำนาญ และระมัดระวังเป็นพิเศษ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่
| < Prev | Next > |
|---|






