Thursday Sep 09

Share

โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

( 19 Votes )

โรคนี้ี่พบมากในผู้หญิงที่อยู่ในวัยมีประจำเดือน มีการตั้งข้อสมมุติฐาน ถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรค
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ไว้หลากหลาย ทฤษฏีแต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้แน่ชัด อวัยวะที่พบส่วนใหญ่อยู่ใน บริเวณอุ้งเชิงกราน รังไข่ ท่อนำไข่ ผนังอุ้งเชิงกราน ผิวมดลูกและปากมดลูก แต่บางกรณียังเกิดได้กับอวัยะวะอื่น เช่น เยื่อกั้นระหว่างช่องคลอดกับทวารหนัก ผนังลำไส้ เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะ แผลผ่าตัดบริเวณหน้าท้อง สมอง กระดูก สันหลัง ปอด เป็นต้น

สาเหตุส่วนใหญ่ที่มักพบโรคเกิดจากการที่ประจำเดือนไม่สามารถออกมาจากร่างกายได้ มีการไหลย้อน กลับเข้าไปในอุ้งเชิงกรานผ่านท่อนำไข่ และฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูก หรือขังตัว อยู่ในที่ต่างๆ ทำให้เกิดเป็นน้ำข้นสีน้ำตาล ส่วนใหญ่พบการฝังตัวอยู่ในรังไข่ เรียกว่า ช็อคโกแล็ตซีสต์ (Chocolate Cyst) เนื่องจากบริเวณรังไข่เป็นบริเวณ
ที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง (Estrogen) จึงเหมาะในการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ ได้ดี เมื่อเวลาผ่านไปเกิดการสร้างพังผืดขึ้นมาหุ้มและหนาขึ้นมากมาย ลักษณะ เป็นถุงน้ำหรือถุงเลือด คือจะมีเลือดอยู่ในถุงนั้น เมื่อเลือดหยุดไหลน้ำก็ถูกดูดซึม กลับทำให้เลือดในถุงเข้มขึ้น ดังนั้นในแต่ละเดือนที่ผ่านไปถุงน้ำก็จะมีเลือดออก เพิ่มขึ้นๆ นั่น
หมายถึง ถุงน้ำก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และการที่ถุงน้ำนี้จะใหญ่เร็วมาก น้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนคนนั้นว่า จะดูดน้ำกลับได้เร็วเท่า ไหร่ ถ้าร่างกายดูดน้ำกลับได้เร็วถุงน้ำนั้นก็จะโตขึ้นแบบช้าๆ

image

ส่วนเยื่อบุโพรงมดลูกที่แทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ก็จะกระตุ้นให้ เกิดเป็นพังผืด หรือ ก้อนในกล้ามเนื้อมดลูก เนื่องจากกล้ามเนื้อมดลูกค่อนข้าง แข็ง เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็น Cyst เราเรียกภาวะนี้ว่า Adenomyosis ซึ่งจะก่อให้ เกิดภาวะปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง ประจำเดือนมามาก มีบุตรยาก ตามมา

ในกรณีที่เยื่อบุโพรงมดลูกฝังตัวบริเวณขาของตัวมดลูก (Utero-Sacral ligament) ถึงจะมีการฝังรากลึกลงไป
ก่อให้เกิดพังผืด ปวดท้องประจำ เดือนอย่างรุนแรง ปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ปวดเวลาขับถ่าย
ซึ่งในบางครั้งเราไม่ สามารถตรวจพบโดยการ Ultrasound นอกจากการทำ MRI หรือตรวจภายใน แล้วสงสัยว่าจะเกิดโรค แพทย์จึงแนะนำให้ใช้วิธีส่องกล้องเข้าไปในช่องท้องเพื่อ วินิจฉัยภาวะนี้

ปกติแล้วผู้หญิงส่วนใหญ่เวลาเป็นประจำเดือนมักมีเลือดไหลย้อนกลับ เข้าไปในช่องเชิงกราน แต่ภาวะ Endometriosis นี้ ไม่ได้เกิดกับทุกคน อาจเกิด เนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่อง ซึ่งไม่สามารถจะทำลายเยื่อบุโพรงมด ลูกที่เติบโตผิดที่นี้ได้ ความเครียดมีผลต่อภาวะ Endometriosis นี้ คนไข้ที่เป็น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นี้มีโอกาสที่จะเป็นโรคภูมิแพ้อื่น เช่น เอสแอลอี (SLE) ร่วมด้วยค่อนข้างสูง และขนาดของพยาธิสภาพ (cyst) ไม่สัมพันธ์กับอา การที่ปวด บางคนมีก้อนซีสต์โตมาก แต่ไม่มีอาการเลยก็ได้

ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่้

  • ผู้หญิงที่เป็นคนโสด
  • ประจำเดือนมาเร็ว ก่อนอายุ 12 ปี
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ เช่น มาบ่อย มากะปริบกะปรอย มามาก มานาน หรือ ไม่มาเลย
  • เป็นโรคที่ประจำเดือนไม่สามารถออกมานอกร่างกายได้ เช่น ช่องคลอดตีบ ตัน หรือเยื่อพรหมจรรย์ไม่เปิด
  • มีบุตรยาก
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เซลล์ปกติ เปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็งปากมดลูก

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

  • ปวดท้องน้อยเป็นๆ หายๆ
  • ปวดท้องประจำเดือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆทุกเดือน หรือปวดมากจนรบกวนต่อ การดำรงชีวิต และการทำงาน เช่น ปวดแล้วต้องหยุดงาน ปวดจนเป็นลม
  • มีบุตรยาก แท้งบ่อย ตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • มีอาการของลำไส้แปรปรวน IBS คือ ปวดท้องบีบๆ ท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก ปวดมากเวลาขับถ่าย
    ปวดเสียดในท้อง
  • ปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ หรือ ปวดหลังจากมีเพศสัมพันธ์
  • ปวดหลัง
  • ปวดร้าวลงขา
  • ปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ หรืออุจจาระ
  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะบ่อย

การวินิจฉัยโรค

  1. เริ่มด้วยการซักประวัติ อาการปวดท้องและปวดประจำเดือน การมีบุตร
  2. การตรวจภายใน มีอาการเจ็บบริเวณปากมดลูก เจ็บด้านหลังของตัวมดลูก มีปุ่มปรุประ คลำก้อนได้
  3. การตรวจในห้องปฏิบัติการ เจาะเลือดดูค่า CA125 ถ้าพบว่ามีค่าเกิน 35 IU/ml ให้สันนิษฐานว่าอาจเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  4. การทำอัลตราซาวนด์ช่วยให้สามารถพบรอยของโรคได้ เช่น พบมดลูกโต มีก้อนที่ปีกมดลูก
  5. การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ MRI ในกรณีที่ไม่สามารถวินิจฉัยด้วยวิธี อื่นหรือสงสัยว่าเป็นมะเร็ง
  6. การใช้กล้องส่องเข้าไปในช่องท้อง (Diagnostic Laparoscopy) และตัด ชิ้นเนื้อไปตรวจวินิจฉัยว่ามีก้อนงอกบริเวณมดลูก ปีกมดลูก รังไข่ ลำไส้ หรือ Ultrasound Ligament หรือไม่

การรักษา

ขึ้นอยู่กับอายุ พยาธิสภาพ ความต้องการมีบุตร ซึ่งอาจเป็นการใช้ยาแก้ปวด ฮอร์โมน หรือการผ่าตัด ซึ่งมีทั้ง
การผ่าตัดเปิดหน้าท้อง และส่องกล้องผ่าตัด ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ทำการรักษา

ที่มา :คลินิกสูติ-นรีเวชกรุงเทพ
ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

ข่าวสุขภาพ

ใบหมี่...สมุนไพรสำหรับเส้นผม
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ใบหมี่เป็นพืชที่ให้สารเมือกที่มีประโยชน์ทางเครื่องสำอางโดยมีการนำมาทำยา สระผม ใบหมี่เป็นพืชในท้องถิ่น หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเนื่องจากมีสารเมือก (mucilage) ที่มี polysac charide เป็นองค์ประกอบหลัก สารสกัดจากใบหมี่มีสารสำคัญที่มีสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหรือยาที่ใช้ภายนอก ใบหมี่ มีชื่อในตำรับ ยาล้านนาว่า หมีเหม็น มีชื่อในท้องถิ่นอื่นในภาคเหนือว่า มะเย้อ, ยุบเหยา, หมีเหม็น, ยุกเยา, ยุบเย้า, ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี่, ตังสีไพร (พิษณุโลก) เป็นต้น...
"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube