ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่
( 19 Votes )
ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ โรคของลำไส้ทั้งลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ พบได้บ่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคลำไส้อักเสบชนิดรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ บางครั้งต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการนำบางส่วนของลำไส้มาเปิดที่บริเวณหน้าท้อง เรียกว่า ostomy ถ้าเป็นส่วนของลำไส้ใหญ่ก็จะเรียกว่า colostomy ถ้าเป็นส่วนของลำไส้เล็กส่วนปลายเรียกว่า ileostomy ทั้งสองประเภทถือว่าเป็นเทคนิกการผ่าตัดที่สำคัญของศัลยกรรมระบบทางเดินอาหาร ซึ่งได้แก่การตัดต่อลำไส้ และการผ่าตัดยกลำไส้มาเปิดที่ผนังหน้าท้อง
ลำไส้เปรียบได้กับโรงงานที่ทำหน้าที่เปลี่ยนรูปอาหารให้เป็นส่วนที่เล็กลงจนร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ เช่น เปลี่ยนไขมันในหมูสามชั้นให้เป็นกรดต่างๆที่ประกอบด้วยไขมันและให้กลายเป็นสารที่เรียกว่า “กลีเซอรอล” (glycerol) และจะเปลี่ยนโปรตีนในเนื้อวัวให้กลายเป็นกรดอะมิโน (amino acid) นอกจากนี้ยังเปลี่ยนแปลงข้าวสวยให้เป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จำเป็นต้องอาศัยการทำงานของลำไส้

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
- โรคทางศัลยกรรมบางชนิดที่น่ารู้จักได้แก่ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งพบได้มากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศซีกโลกตะวันตก
- ในประเทศไทยเองก็พบผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
- สถิติของประเทศสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากถึงหนึ่งในสิบห้าคน ความสำคัญของโรคนี้อยู่ที่การตรวจพบในระยะแรกเริ่มซึงสามารถผ่าตัดรักษาให้หายขาดได้
- บริเวณหน้าท้องของคนเราแต่ละคนมองดูแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถเป็นที่พักพิงให้กับลำไส้อันยาวเหยียดถึง 30 ฟุต (9 เมตร) ขดตัวซุกอยู่ได้ทั้งหมด ส่วนที่เรียกว่า “ลำไส้เล็ก” นี้จะยาวที่สุด คือ ยาว 25 ฟุต (7.5 เมตร) ลำไส้ใหญ่ยาว 5 ฟุต (1.5 เมตร)
- แม้ว่าลำไส้ใหญ่จะสั้นกว่า แต่ก็มีความกว้างกว่าลำไส้เล็กถึง 3 เท่า โดยวัดจากเส้นผ่าศูนย์กลางได้ 2 1/2” (7 เซนติเมตร) แต่ทั้งนี้ในเวลาที่ลำไส้กำลังทำงานจะเกิดการหดตัว ทำให้ความยาวของลำไส้สั้นกว่าเวลาปกติ

โรคลำไส้อักเสบชนิดผนังพองเป็นกระเปาะ
- การอักเสบของลำไส้ชนิดผนังพองเป็นกระเปาะ เรียกว่า diverticulitis มักพบว่าเกิดการอักเสบได้ง่ายและรุนแรง
- จัดเป็นโรคลำไส้อักเสบชนิดอันตรายและรุนแรง
- เมื่อทำการผ่าตัดรักษาอาจต้องตัดลำไส้ออกเป็นจำนวนมากขึ้นกับความรุนแรงของโรคและระยะเวลาที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์
- ส่วนประกอบภายในของลำไส้เล็ก โครงสร้างโดยทั่วไปมีลักษณะคล้ายผ้ากำมะหยี่ ซึ่งเมื่อแผ่พื้นที่ของลำไส้เล็กทั้งหมดออกมาแล้วจะมีพื้นที่มากกว่าความยาวของมัน คิดเป็นเนื้อที่ขนาดมหึมาซ่อนอยู่ภายใน ประมาณ 30 ตารางหลา (250 ตารางเมตร) หรือเท่ากับสนามเทนนิส 2 สนามรวมกัน การที่ลำไส้เล็กมีเนื้อที่กว้างขวางขนาดนี้ก็เพราะความจำเป็นในการที่ต้องทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหารที่ร่างกายรับเข้ามาให้มากที่สุด

การอักเสบชนิดเป็นแผลเรื้อรังของลำไส้
- การอักเสบชนิดเป็นแผลเรื้อรังของลำไส้ เรียกรวมกันว่า Inflammatory Bowel Disease (IBD) พบได้บ่อยในชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวตะวันตก
- ประกอบด้วยโรคที่สำคัญและเป็นที่รู้จักกันดีสองโรคคือ Crohn's disease และ ulcerative colitiss
- ในประเทศไทยพบได้น้อยกว่ามาก ส่วนใหญ่เป็นการอักเสบของลำไส้จากการติดเชื้ออะมีบาหรือที่เรียกว่าบิดมีตัวเสียมากกว่า
- หากใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องสำรวจภายในลำไส้แล้วจะพบว่า มีเชิงชั้นอันซับซ้อนของเนื้อเยื่อ และมีปลายต่างๆ ยื่นออกมาจากผนังลำไส้มากมาย ส่วนประกอบที่อาจถือได้ว่าสำคัญที่สุด ก็คือ ใยเนื้ออ่อน (villi) จำนวนหลายล้านเส้น
- การม้วนตัวของใยเนื้ออ่อนทำให้สามารถซ่อนพื้นที่อันกว้างขวางไว้ได้ในเนื้อที่อันจำกัด
- เซลล์ที่ปกคลุมตัวเองและใยเนื้ออ่อนที่เรียกว่า ใยเนื้ออ่อนขนาดจิ๋ว (microvilli) ซึ่งหน้าที่ของพวกนี้ก็คือ การนำเอาอาหารที่ย่อยดีแล้วไปเข้าสู่ระบบการขนถ่ายเพื่อส่งต่อไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย กล่าวคือ จัดการส่งพวกโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเข้าสู่กระแสเลือด และส่งผ่านไขมันทางระบบน้ำเหลือง ลำไส้เล็กจะใช้เวลาย่อยอาหารประมาณ 3-8 ชั่วโมง จากนั้นจะส่งส่วนที่เหลือไปยังลำไส้ใหญ่ซึ่งจะเป็นตัวที่ดูดน้ำกลับคืนสู่กระแสเลือดต่อไป

Colostomyy
- ระหว่างการผ่าตัดลำไส้เล็ก หรือลำไส้ใหญ่ ศัลยแพทย์อาจต้องทำการตัดต่อลำไส้ และนำลำไส้ส่วนปลายมาเปิดไว้ที่ผนังหน้าท้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดการอุดตันของลำไส้ส่วนปลายหรือเกิดการอักเสบเน่าตายของผนังลำไส้ที่รุนแรง และกินบริเวณกว้างขวาง
- ส่วนของลำไส้ที่นำมาเปิดที่ผนังหน้าท้อง เรียกว่า stoma ซึ่งจะมีการใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยรองรับอุจจาระที่ร่างกายขับถ่ายออกมา อุปกรณ์ดังกล่าวลักษณะเป็นถุง เรียกว่า colostomy bag
- ถุงดังกล่าวเป็นระบบปิด ป้องกันการไหลซึมของอากาศ ของเหลวต่างๆ และป้องกันกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของอุจจาระะ
- การใช้ colostomy bag ต้องทำความสะอาดผิวหนังโดยรอบและเปลี่ยนถุงอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งอาจเห็นเลือดซึมออกมาจากบริเวณ stoma ได้บ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังผ่าตัด ขนาดของ stoma แตกต่างกันได้และอาจมีสีที่แตกต่างกันได้เช่นกัน โดยทั่วไปมักจะเห็นเป็นสีแดงออกส้ม
- นอกจากนี้ลักษณะของ stoma ที่เห็นจากภายนอกยังแตกต่างกันในช่วงเวลาต่างๆของวัน ขึ้นกับการบีบตัวของลำไส้ในขณะนั้น
- การเปลี่ยน colostomy bag กระทำได้ไม่ยาก หลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยประมาณ 7-10 วัน แผลที่บริเวณ stoma ก็จะแห้งสนิท และระบบขับถ่ายอุจจาระของผู้ป่วยก็จะเข้าสู่ภาวะปกติเช่นกัน
- ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัด colostomy เมื่อสวมเสื้อผ้าปิดคลุม colostomy bag ไว้ก็สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ตามปกติ โดยไม่เป็นที่น่ารังเกียจแต่อย่างใด

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่
| < Prev | Next > |
|---|






