Saturday Jul 31

Share

ไข้หวัด

( 7 Votes ) imageไข้หวัด (common cold) เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากที่สุดโรคหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลามีอากาศเปลี่ยนแปลง เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่ติดต่อถึงกันได้ทางอากาศที่เราหายใจเข้าไป เด็กเล็กมักเป็นไข้หวัดตั้งแต่อายุ 1-3 ขวบ และจะพบได้มากขึ้นเมื่อเข้าเรียนหนังสือ อายุ 5-6 ขวบเป็นต้นไป เนื่องจากสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนเอื้ออำนวยให้มีการติดต่อกันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาไอหรือจาม มักจะไม่มีการปิดปาก เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ร่างกายของคนเรามักมีภูมิต้านทานมากขึ้น จะเป็นไข้หวัดน้อยลงเรื่อยๆ ตามลำดับ ไข้หวัดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่เยื่อบุโพรงจมูก ซึ่งอาจจะลุกลามไปสู่โพรงไซนัสบริเวณข้างโพรงจมูก หูชั้นกลาง และหลอดลม โดยปกติแล้วภายในโพรงจมูกประกอบด้วยผนังที่มีลักษณะคล้ายหิ้งวางของ ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะดักอนุภาคเล็กที่เข้ามาภายในโพรงจมูก และจะค่อยเคลื่อนย้ายสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นไปทางด้านหลังของโพรงจมูก และโดยเฉพาะที่บริเวณส่วนที่เรียกว่าอะดินอยด์ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่เป็นเป้าหมายของเชื้อไวรัสไข้หวัดสาเหตุ imageส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งรวมเรียกว่า coryza viruses ประกอบด้วย rhinoviruses เป็นสำคัญ เชื้อชนิดอื่นๆ ได้แก่ adenoviruses, respiratory syncytial virus เมื่อเชื้อเข้าสู่จมูก และคอ จะทำให้เยื่อจมูกบวมและแดงพบว่ามีการหลั่งของเมือกออกมา ไข้หวัดในเด็กส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมีอยู่มากกว่า 100 ชนิด เป็นได้ในเด็กทุกวัย แม้ว่าจะเป็นโรคที่หายเองในหนึ่งสัปดาห์ แต่เป็นโรคที่นำผู้ป่วยไปพบแพทย์มากที่สุด โดยเฉลี่ยเด็กจะเป็นไข้ หวัด 6-12 ครั้งต่อปี ผู้ใหญ่จะเป็น 2-4 ครั้ง ผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชายเนื่องจากใกล้ชิดกับเด็ก คนสูงอายุอาจจะเป็นปีละครั้งโรคนี้มักจะระบาดฤดูหนาว เนื่องจากความชื้นต่ำและอากาศเย็น สามารถติดต่อทางน้ำลายและเสมหะ โดยหายใจเอาเชื้อที่กระจายอยู่ในอากาศ นอกจากนั้นมือที่เปื้อนเชื้อโรคก็สามารถทำให้เกิดโรคได้โดยผ่านทางจมูกและตา มือของเด็กหรือผู้ใหญ่ที่สัมผัสเชื้อจากเสมหะของผู้ป่วย หรือสิ่งแวดล้อม แล้วขยี้ตา หรือเอาเข้าปากหรือจมูก ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนเกิดอาการและ 1-2 วันหลังเกิดอาการ ผู้ที่มีโอกาสเป็นไข้หวัดง่ายคือ เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี เด็กที่ขาดอาหาร เด็กที่เลี้ยงในสถานเลี้ยงเด็ก imageเชื้อหวัดเข้าสู่โพรงจมูกส่วนหน้าโดยติดมากับนิ้วมือเวลาที่แคะจมูก หรือหายใจสูดเอาละอองเสมหะจากการไอหรือจามของคนที่เป็นโรคนี้เข้าไปหลังจากนั้นก็จะถูกเซลล์ที่สามารถพัดโบกให้อนุภาคไวรัสเคลื่อนไปที่บริเวณผนังด้านหลังซึ่งจะมีที่เกาะให้กับไวรัส และนำไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ หลังจากที่เข้าสู่เซลล์ แล้วเชื้อไวรัสก็จะเพิ่มปริมาณและทำให้เซลล์นั้นตายไป จากนั้นก็จะเข้าสู่เซลล์ข้างเคียงต่อไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก ระยะเวลาตั้งแต่ที่ได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่โพรงจมูกจนกระทั่งทำให้เกิดอาการของโรคนี้ใช้เวลาประมาณ 8-12 ชั่วโมง และจะเริ่มแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 10-12ชั่วโมง จากนั้นอาการจะแสดงมากที่สุดเมื่อได้รับเชื้อไปแล้ว 36-72 ชั่วโมงอาการ อาการทั่วไปของไข้หวัด ได้แก่ น้ำมูกไหล จาม เจ็บคอ เสียงแหบ ในตอนต้นอาจมีน้ำมูกใสๆ แต่ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย อาจทำให้น้ำมูกข้น มีสีเหลืองปนเขียว บางครั้งอาจมีอาการปวดศรีษะ และมีไข้ร่วมด้วยแต่ถ้าหากมีไข้สูงร่วมกับมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายแขน ขา อาจจะมีสาเหตุจากไข้หวัดใหญ่ก็ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการน้ำมูกไหล เจ็บคอ ไข้ ไอ และปวดศีรษะ บางราย อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่หูอักเสบ ไซนัสอักเสบ และปอดบวมผู้ใหญ่ มีอาการจาม และน้ำมูกไหลจะนำมาก่อน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะเล็กน้อย แต่มักไม่ค่อยมีไข้ เชื้อจะออกจากทางเดินหายใจของผู้ป่วย 2-3 ชั่วโมงและหมดใน 2 สัปดาห์ บางรายอาจมีอาการปวดหู เยื่อแก้วหูมีเลือดคั่ง บางรายเยื่อบุตาอักเสบ เจ็บคอกลืนลำบาก โรคมักเป็นไม่เกิน 2-5 วัน แต่อาจมีน้ำมูกไหลนานถึง 2 สัปดาห์ ในเด็กอาจจะรุนแรง และมักมีการแพร่ไปเป็นหลอดลมอักเสบ ปอดบวมเป็นต้น ผลแทรกซ้อนหรือปัญหาที่เกิดตามมาของไข้หวัด ได้แก่ การอักเสบของไซนัสที่เกิดจากการแทรกซ้อนของเชื้อแบคทีเรีย การอักเสบของหูชั้นกลาง หอบหืด สำหรับผู้ที่มีโรคถุงลมในปอดโป่งพอง ไข้หวัดจะทำให้อาการทางปอดเรื้อรังเป็นมากขึ้นอย่างรุนแรงการวินิจฉัย สามารถให้การวินิจฉัยได้จากการซักถามประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดการรักษา
  1. imageการรักษาไข้หวัดนั้น ส่วนใหญ่จะให้การรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาลดน้ำมูก ยาลดไข้ ให้ดื่มน้ำมากๆ และที่สำคัญคือการพักผ่อนให้เพียงพอ อาการส่วนใหญ่จะดีขึ้นและหายไปภายใน 2-4 วัน ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจลุกลามไปถึงหูชั้นกลาง ไปที่ไซนัส กล่องเสียง หลอดลม และปอด ทำให้ต้องใช้เวลาในการรักษามากขึ้นไปอีก การรักษาส่วนใหญ่อาจทำได้เอง โดยการให้ยารับประทานตามอาการ รักษาร่างกายให้อบอุ่นและดื่มน้ำมากๆ โดยมากไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ กรณีมีอาการปวดหู หูอื้อ ปวดศีรษะมาก มีอาการหอบเหนื่อย น้ำมูกหรือเสมหะเหลืองเขียว ควรพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรคและภาวะแทรกซ้อน รวมทั้งการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
  2. การดื่มน้ำมากๆ ช่วยทำให้น้ำมูกหรือเสมหะใสขึ้นและทำให้ขับน้ำมูกหรือเสมหะได้ง่ายขึ้น น้ำอุ่นจะทำให้เสมหะที่เกาะอยู่บริเวณคอหอยละลายได้ง่ายกว่าน้ำเย็น
  3. พักผ่อนให้เพียงพอและทำให้ร่างกายอบอุ่น แต่ไม่ควรร้อนเกินไป
  4. หลีกเลี่ยงการจามหรือสั่งน้ำมูกอย่างรุนแรง เพราะจะทำให้น้ำมูกที่มีเชื้อโรคเข้าไปในไซนัสได้โดยง่ายและทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อในไซนัสได้
  5. ควรอยู่ในสถานที่ที่มีการถ่ายเทอากาศที่ดี หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่หรือควันไฟมากเพราะจะ
    ทำให้เยื่อบุระคายเคืองอีกทั้งทำให้การระบายน้ำมูกหรือเสมหะเป็นไปได้ลำบาก
  6. เลือกใช้ยาที่เหมาะสม เช่น ยาต้านฮิสตามิน เพื่อลดการคัดจมูกและลดน้ำมูก ยาลดการอักเสบ ยาลดบวมในโพรงจมูก ยาแก้ไอ และพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อเริ่มมีการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่นน้ำมูกหรือเสมหะเป็นสีเขียวการป้องกัน
    1. imageการป้องกันไข้หวัดสามารถกระทำได้โดยรับประทานอาหารให้ครบหมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ และต้องพยายามไม่ไปอยู่ใกล้คนที่เป็นไข้หวัด เพราะอาจติดต่อถึงกันได้
    2. ลดการสัมผัสกับผู้ป่วยหรือสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วย อย่าอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นหวัดเป็นเวลานาน ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า
    3. ล้างมือบ่อยๆ หรือทุกครั้งหลังจากสัมผัสกับผู้ป่วยหรือข้าวของเครื่องใช้ในที่สาธารณะเช่น โดยเฉพาะถ้าสัมผัสกับลูกบิดประตู ราวโหนรถเมล์หรือราวบันได ประโยชน์ของการล้างมือคือ ชะล้างเอาเชื้อโรคที่เกาะอยู่ที่มือออกไป โดยเฉพาะก่อนและหลังการสัมผัสผู้ป่วย แต่พึงระลึกไว้ว่าน้ำยาล้างมือที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อโรคนั้นไม่สามารถฆ่าเชื้อหวัดได้ เพียงแต่ชะล้างออกไปเท่านั้นเอง
    4. อย่าเอามือสัมผัสหรือถูจมูก หรือขยี้ตา ไม่เอามือเข้าปากหรือขยี้ตาเพราะอาจนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
    5. หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ผู้ป่วยที่กำลังไอหรือจาม เวลาไอหรือจามให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก รวมทั้งหลีกเลี่ยงที่ชุมชน เช่น โรงภาพยนต์ ร้านอาหาร ในช่วงที่มีการระบาด

      imageที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
      ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

      สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

ข่าวสุขภาพ

"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
ถุงช็อปปิ้งมีเชื้อโรค ก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษ เป็นอันตรายถึงชีวิต
นักวิจัยทั้งในอังกฤษและอเมริกา ต่างเตือนนักช็อปปิ้งทั้งหลายว่า ถุงใส่สิ่งของที่จับจ่าย อาจทำอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะมันกลายเป็นที่อยู่ ของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเป็นพิษ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
30.07.10
ประกวดภาพถ่ายคู่แม่ลูก "Healthy Smile Mom
28.07.10
ไวรัส HPV กับมะเร็งปากมดลูก อ่านที่นี่ http://bit.ly/d5DqXM #fb
23.07.10
มะเร็งปากมดลูก พบมากเป็นอันดับหนึ่งของผู้หญิงไทย อ่านที่นี่ http://bit.ly/d24XR7
20.07.10
เอ๊กซเรย์เพื่อตรวจทางเดินปัสสาวะ อ่านที่นี่ http://bit.ly/9a3UeH
14.07.10
แค่ปวดขาก็เป็นโรคด้วยเหรอ รับฟังได้ที่นี่ http://bit.ly/dD8uzo #fb
06.07.10
ภาวะดื้อต่ออินสุลินเกิดขึ้นเมื่อฮอร์โมนอินสุลินที่สร้างจากตับอ่อนในปริมาณปกติแต่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้http://bit.ly/bX3ATM #fb
05.07.10
การอาเจียน (vomiting) เป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบร่วมในโรคต่างๆ มากมาย อ่านที่นี่ http://bit.ly/cVqi79
01.07.10
การผ่าตัดข้อเทียม ส่วนใหญ่ คือ ข้อเข่า รองลงมา คือ ข้อสะโพก ข้อเสื่อม จะอยู่ที่อายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป http://bit.ly/ckJKp0
30.06.10
มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลิวคีเมีย เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งของระบบเลือด อันเกิดจากการที่ไขกระดูกทำหน้าที่ผิดปกติ http://bit.ly/baOCdP #fb
28.06.10
ไอโอดีนเป็นธาตุที่เกิดในธรรมชาติ มีมากในสัตว์ และพืชในทะเล เป็นธาตุที่จำเป็นแก่ร่างกาย http://bit.ly/aaZedX
24.06.10
ทำไมเราจึงจำเป็นที่จะต้องมีอุปนิสัยที่ดีในการขับถ่ายปัสสาวะ อ่านที่นี่ http://bit.ly/b7vK3j
23.06.10
ชายวัย 52 ปี เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ในจังหวัดลำปาง ด้วยอาการคันตามมือ แขน เมื่อเกาแล้วปรากฏว่ามีแมลงผุดออกมาจากผิวหนังhttp://bit.ly/9w7sN4
21.06.10
การดูแลสุขภาพในช่วงบอลโลก อ่านที่นี่ http://bit.ly/dxefrS
16.06.10
อาหารเพื่อพัฒนาการที่ดีสำหรับเด็กเล็ก อ่านที่นี่ http://bit.ly/djbW7k
14.06.10
ริดสีดวงทวาร (hemorrhoids) คือ การมีกลุ่มของหลอดเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่ และที่ขอบรูทวารหนักโป่งพองและยื่นออกมา http://bit.ly/bIH9P1
01.06.10
ออกกำลังกายวันละนิดเพื่อสุขภาพที่ดี อ่านที่นี่ http://bit.ly/au8j0Z
31.05.10
โรคซึมเศร้า เป็นโรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอารมณ์ซึมเศร้าอย่างรุนแรง โดยไม่มีสาเหตุอารมณ์ อ่านที่นี่ http://bit.ly/dCjTVW
26.05.10
การดูแลเล็บเท้าเป็นเรื่องที่สำคัญ อ่านที่นี่ http://bit.ly/9gbsbm
25.05.10
งูสวัด ถือว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสของผิวหนัง ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคสุกใส อ่านที่นี่ http://bit.ly/dokDSi
24.05.10
รังแคเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก รังแคมีสาเหตุและอาการอย่างไร อ่านที่นี่ http://bit.ly/b0LONJ
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube