โรคไข้หวัดใหญ่
( 1 Vote )ความสำคัญของโรค
โรคไข้หวัดใหญ่จะมีการระบาดในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว และในทุกๆ 10 – 40 ปี อาจมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ไปทั่วโลก ซึ่งจะทำให้ผู้คนล้มตายจำนวนมาก เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ และเป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน
อาการของผู้ป่วย
อาการของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่สำคัญคือ อาการไข้สูง เมื่อเปรียบเทียบกับไข้หวัดธรรมดาทั่วไป ในเด็กเล็กมักมีน้ำมูก และไอร่วมด้วย ส่วนในเด็กโตและผู้ใหญ่มักมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเป็นอาการสำคัญ ความน่ากลัวของไข้หวัดใหญ่อย่างหนึ่งคือ การเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรค ได้แก่ โรคปอดอักเสบ และโรคสมองอักเสบ ซึ่งมักเกิดขึ้นในผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งหมายถึง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน โรคไต โรคเอดส์

การดูแลรักษา
- การเช็ดตัวและใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล (หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มแอสไพริน) ใช้ยาลดน้ำมูก และยาละลายเสมหะ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารอ่อนๆ
- พักผ่อนให้มาก
- หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 วัน ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากโรคอาจมภาวะแทรกซ้อน หรืออาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่อาจมีสาเหตุมาจากโรคอื่น เช่น ไข้เลือดออก
การป้องกัน
- ควรดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากหากมีสุขภาพที่แข็งแรงจะทำให้การติดเชื้อต่างๆ เป็นไปได้ยากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่ชุมชนเป็นเวลานาน
- ล้างมือเพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อใช้ผ้าปิดปากและจมูกเมื่อไอจาม และใช้หน้ากากอนามัยเวลาเป็นหวัด
- การป้องกันด้วยวัคซีน วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวัคซีนเผื่อเลือกที่อาจให้เพิ่มเติมจากตารางฉีดวัคซีนตามปกติ แนะนำให้ฉีดกับคนกลุ่มเสี่ยงอันได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน โรคไต และโรคเอดส์ บุคลากรทางการแพทย์ รวมไปเด็กเล็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี
ที่มา : โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
| < Prev | Next > |
|---|






