Saturday Jul 31

Share

กาฬโรคปอด

( 19 Votes )


กาฬโรคปอด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกเอกสารชี้แจงให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับโรคกาฬโรคปอด (pneumonic plague) ที่มีการระบาดอยู่ที่มณฑลชิงไห่ ประเทศจีน ขณะนี้ โดยชี้แจงว่าประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะโรคดังกล่าวเกิดในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจีนใกล้ทิเบตซึ่งอยู่ไกลจากประเทศไทย ทั้งนี้กาฬโรคพบในประเทศไทยครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2495 และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบผู้ป่วยแม้แต่รายเดียว นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดของรัฐบาลจีน ยังระบุด้วยว่าส่วนมากของโรคที่เกิดขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนนั้น เกิดจากเหล่าบรรดาคนล่าสัตว์ที่ติดเชื้อมาจากสัตว์ประเภทฟันแทะ

รายงานข่าวเมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ระบุยอดผู้เสียชีวิตด้วยโรคกาฬโรคปอดในเมืองซีเก้อต้าน เพิ่มขึ้นเป็น 3 คน โดยทางการจีนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 3 ด้วย กาฬโรคปอดบวมเป็นชายชราวัย 64 ปี เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนแรกก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นชายวัย 34 ปี และ 37 ปี นอกจากนั้น ยังมีผู้ที่ติดเชื้อ อีกจำนวน 9 คน ที่ยังคงอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล โดยหนึ่งในนั้นอยู่ในอาการโคม่า และอีกรายหนึ่งเริ่มมีอาการไอและเจ็บที่บริเวณหน้าอก ส่วนผู้ติดเชื้อรายอื่นๆ ที่เหลือนั้นยังอยู่ในอาการปกติ โดยในขณะนี้ยังไม่พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ทางการจีนได้เร่งล้างทำความสะอาดเมืองครั้งใหญ่ พร้อมกับใช้ยาฆ่าเชื้อ ตลอดจนกำจัดหนู และเห็บหมัดซึ่งเป็พาหะนำโรค อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังตั้งจุดตรวจรอบๆ เมืองในรัศมี 28 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่สงสัยติดเชื้อออกนอกเมือง และเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อกระจายไปยังพื้นที่อื่นของประเทศ ร้านค้าภายในเมืองยังคงปิด แต่เริ่มมีรถออกมาวิ่งตามท้องถนนเพิ่มมากขึ้นแล้ว ทั้งยังมีหลายคนพยายามหลบหนีออกจากบริเวณจากจุดอื่นๆ ที่นอกเหนือสายตาเจ้าหน้าที่ หลายคนหลบหนีออกจากเมืองไปในช่วงค่ำ เมื่อพวกเขารู้ว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น พวกเขาหนีไปไปพร้อมอาหารและน้ำ ยังไม่มีการรายงานอย่างชัดเจนว่าประชาชนที่หลบหนีออกนอกเมืองไปนั้นใช้เส้นทางใด และได้ผ่านด่านจุดตรวจของการทางหรือไม่ ขณะที่ทางการจีนยังได้ออกประกาศเตือนสำหรับผู้ที่เคยเดินทางเข้าผ่านเมืองนี้ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของกรุงปักกิ่งในระยะทาง 480 กิโลเมตร ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถ้าหากมีอาการไอหรือมีไข้ ให้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

ด้านองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า กาฬโรคปอดเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เชื้อที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศสามารถติดจากคนสู่คนได้โดยผ่านการไอหรือจาม ผู้ติดเชื้อ ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจเสียชีวิตเฉียบพลันภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง หลังจากที่เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย

สาเหตุ

  1. โรคนี้เกิดจากหมัดของหนูที่มากัดคน โดยสามารถป้องกันได้โดยไม่ให้มีหนูมากัด
  2. การติดต่อนั้น เกิดจากสารคัดหลั่ง ไอ จาม ระยะฟักตัวของเชื้อ ประมาณ 1 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันแต่ละคน และปริมาณเชื้อที่ได้รับ
  3. กาฬโรคมีลักษณะอาการแบ่งได้ใหญ่ 3 ลักษณะ คือ กาฬโรคของต่อมน้ำเหลือง (bubonic plague), กาฬโรคชนิดโลหิตเป็นพิษ (septicemic plague) และ กาฬโรคปอด (pneumonic plague) ซึ่งกาฬโรคปอดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบซิลไล Yersinia pestis อาจเป็นอาการแทรกซ้อนของกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง หรืออาจจะเป็นการติดเชื้อครั้งแรกก็ได้
  4. สาเหตุของกาฬโรคเนื่องมาจากเชื้อแบคทีเรียแกรมลบรูปแท่งชื่อ Yersinia pestis ผู้พบเชื้อครั้งแรกปี พ.ศ. 2437 โดย Yersin & Hitasato เดิมแบคทีเรียสปีชีส์นี้ จัดอยู่ในจีนัส Pasteurella ในปี พ.ศ. 2487 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Yersinia ตามชื่อผู้พบเชื้อคนแรกและปี พ.ศ. 2497 ได้ถูกจัดรวมอยู่ในตระกูล Enterobacteriaceae เชื้อเยอซีเนียมี 3 สปีชีส์ คือ Y. pestis , Y. enterocolitica และ Y. pseudotuberculosis
  5. กาฬโรคเป็นโรคติดต่อที่มีอันตรายร้ายแรงที่สุด เมื่อมีการเกิดโรคนี้ต้องแจ้งความตามพระราชบัญญัติป้องกันโรคติดต่อ พ.ศ. 2523 การติดต่อมาสู่คนโดยมีหมัดหนูเป็นพาหะโรค ซึ่งอาศัยอยู่บนหนูที่เป็นโรคโดยหมัดหนูจะกัดคน และปล่อยเชื้อเข้าทางรอยแผล เช่นเดียวกับการติดต่อระหว่างสัตว์กับสัตว์ ทำให้เกิดโรค bubonic plague และคนติดต่อมายังคน ทำให้เกิดโรค pneumonic plague ถ้าเชื้อนี้เข้ากระแสโลหิตจะทำให้เกิดโรค septicaemic plague

อาการ

  1. กาฬโรคมีอาการได้ 3 แบบ แบบแรก ตามต่อมน้ำเหลืองที่ถูกกัดจะโต บริเวณขาหนีบ แบบที่สอง การติดเชื้อลุกลามไปที่ปอด อาจเรียกว่ากาฬโรคปอด และแบบที่สาม หมัดกัดที่ขา บริเวณขาก็จะอักเสบ บวม เนื้อจะเน่า ทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษ และทำให้เสียชีวิตได้
  2. ผู้ป่วยกาฬโรคปอดจะมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดเมื่อยตัว หอบ เหนื่อยง่าย จากนั้นประมาณ 20-24 ชั่วโมง จะมีอาการทางปอดเริ่มขึ้น คือ ไอถี่ขึ้น เสมหะที่ตอนแรกจะมีลักษณะเหนียวใส จากนั้นจะกลายเป็นสีสนิม หรือแดงสด หากไม่รักษาจะเสียชีวิตภายใน 24-48 ชั่วโมง มักไม่มีปื้นแผลในปอด
  3. กาฬโรคปอดถือเป็นกาฬโรคที่อันตรายที่สุด มีระยะฟักตัวประมาณ 2-3 วัน สามารถติดต่อได้ โดยมีหนูหรือหมัดหนูเป็นพาหะ หรือสัมผัสสิ่งของที่เพิ่งปนเปื้อนเชื้อโรคใหม่ๆ โดยเชื้อ กาฬโรคปอด สามารถแพร่กระจายทางอากาศ และสามารถติดต่อระหว่างคนได้ง่ายผ่านการไอ ซึ่งผู้ป่วยที่เป็น กาฬโรคปอด มีอัตราการเสียชีวิตถึงร้อยละ 60 หากไม่รีบรักษา สามารถเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังติดเชื้อ แต่หากวินิจฉัยโรคได้เร็ว และได้รับยารักษาอย่างถูกต้อง จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้เกือบร้อยละ 15 แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละคน และปริมาณเชื้อที่ได้รับด้วย

การรักษากาฬโรคปอด

กาฬโรคปอดสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น สเตรปโตมัยซิน (streptomycin), เตตระซัยคลิน (tetracycline) หรือ คลอแรมเฟนิคอล (chloramphenicol) เป็นเวลา 7 วัน ผู้ป่วยกาฬโรคต้องรักษาโดยแยกห้อง (isolation) เพื่อมิให้เชื้อแพร่กระจาย ปัจจุบันพบว่าเชื้อนี้ยังไวต่อการรักษาด้วยยา tetracyline, streptomycin, chloramphenical, kanamycin และ sulfonamides ส่วนยากลุ่ม penicillin มักใช้ไม่ได้ผลดี การรักษาโรคแทรกซ้อนมีความจำเป็นในผู้ป่วยบางราย นอกจากนี้บุคลากรที่ทำการรักษาต้องมีความระมัดระวังอย่างเคร่งครัดด้านการป้องกันการติดเชื้อ โดยสวมถุงมือปิดปากและจมูกควรทำลายเชื้อจากเลือด น้ำเหลือง และหนองของผู้ป่วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อ

การป้องกันการแพร่ระบาดของกาฬโรคปอด

  1. สำรวจหนู และหมัดหนู โดยการควบคุม และกำจัดหนูในโรงเรือน และเรือสินค้ากำจัดหมัดหนูโดยใช้ยาฆ่าแมลง และป้องกันไม่ให้มีหนูมากัด การป้องกันที่ดีที่สุดคือ อย่าให้หมัดของหนูมากัด สำหรับเห็บหมานั้นก็เช่นเดียวกัน แต่ถ้ามีหมัดล้านตัว แต่ถ้าไม่มีเชื้อกาฬโรคก็ไม่เป็นไร
  2. สำรวจหนูที่อยู่อาศัยในบริเวณบ้านและกำจัดดังนี้ ควรกำจัดหนูก่อนโดยใช้สารเคมีประเภท carbamate โรยไว้ตรงทางเดินของหนู และจากนั้นในวันรุ่งขึ้น จึงทำการดักหนู และเบื่อหนู เมื่อดักหนูได้แล้วให้ฉีดยาฆ่าแมลงประจำบ้านฉีดพ่นไปบนตัวหนูก่อนเพื่อทำลายหมัดหนูที่ยังคงเหลือและจากนั้นจึงฆ่าหนู
  3. อย่าไปสัมผัสกับสัตว์กัดแทะที่ป่วยตาย เช่น หนู กระรอก ถ้าจะจับไปทิ้งต้องสวมถุงมือ
  4. ให้คำแนะนำเรื่องสุขศึกษาให้กับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้รู้วิธีป้องกันกาฬโรคปอด และหากมีอาการสงสัยว่าป่วยเป็นกาฬโรคปอด ให้เข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว ในกลุ่มเสี่ยงควรให้ความรู้วิธีป้องกันโรคและเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็วถ้ามีอาการสงสัยว่าป่วยเป็นกาฬโรค
  5. มีมาตรการควบคุมระหว่างประเทศ การแพร่เชื้อระหว่างประเทศได้ 3 ทาง ทางอากาศ โดยผ่านทางสายการบินต่างๆ ทางบก โดยการเดินทางเข้าสู่ทางชายแดนของประเทศ และทางเรือโดยสาร คน หมัดหนู นำเชื้อโรคเข้ามากับการเดินทางนี้ ดังนั้นควรมีมาตรการควบคุม และเฝ้าระวังกาฬโรค เพื่อป้องกันการระบาดและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อกาฬโรคอย่างเคร่งครัด
  6. ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชนแออัด และทำความสะอาดชุมชนแออัดให้ดีขึ้น การกำจัดขยะมูลฝอยเป็นแหลังสะสมหนู และให้สุขศึกษาแก่ประชาชนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อมิให้อาหารเป็นแหล่งเพาะพันธุ์หนู
  7. ผู้ที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วย กาฬโรคปอด ควรกินยาเตตระซัยคลินสำหรับป้องกัน และใช้ถุงมือ ผ้าปิดปาก และจมูก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ กาฬโรคปอด
  8. ให้วัคซีนแก่ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค ซึ่งจะช่วยลดอัตราป่วยด้วยโรคนี้ได้มาก การให้วัคซีนที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นชนิดตัวเป็น inactivated plague vaccine U.S.P โดย Cutter Laboratories Burkeley California ในประเทศอื่นๆ ที่มีการผลิตบ้าง เช่น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ในช่วงของการระบาดในประเทศอินเดีย ปี พ.ศ. 2537 P. Michel และคณะ ทำการศึกษาวิจัยโดยใช้ Yersinia Outer Protein (YOP) ในการผลิตวัคซีน

การระบาดใหญ่ในอดีต

ในอดีตมีการระบาดใหญ่ของกาฬโรคเกิดขึ้น 3 ครั้ง ครั้งแรกในคริสตวรรษที่ 6 เรียกการระบาดครั้งนั้นว่า Plague of justinian การระบาดเริ่มจากประเทศอียิปต์ไปสู่ทวีปยุโรป โดยเฉพาะที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล มีคนตายวันละหมื่นคน มีการระบาดติดต่อกันเป็นระยะเวลาประมาณ 50 ปี มีคนตายหลายล้านคน

การระบาดครั้งที่ 2 ในคริสตวรรษที่ 14 เรียกการระบาดครั้งนั้นว่า The Black Death (กาฬมรณะ) โดยเริ่มต้นจากตอนใต้ของประเทศอินเดียและจีน ผ่านประเทศอียิปต์เข้าสู่ประเทศยุโรป มีการระบาดในอิตาลีเมื่อปี พ.ศ. 1889 เรียกว่า "Great Mortality" และมีการระบาดเป็นระยะตลอดคริสตวรรษที่ 15, 16, 17 ในปี พ.ศ. 2208 เกิดการระบาดใหญ่ที่กรุงลอนดอนมีคนตายเป็นจำนวน 60,000 คน จากประชากร 450,000 คน เรียกว่า The Great Plague of London การระบาดในยุโรป ครั้งนั้นมีประชากรประมาณ 25 ล้านคน ต้องตายด้วยโรคนี้

การระบาดครั้งที่ 3 เป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลกปี พ.ศ. 2439 มีการระบาดเข้าสู่สิงค์โปร์ ไทย ฟิลิปปินส์ ฮาไวอี อารเบีย เปอร์เชีย เตอร์กี อียิปต์ และอาฟริกาตะวันตกเข้ารัสเชียและในทวีปยุโรป เข้าสู่อเมริกาเหนือและเม็กซิโก มีรายงานระหว่างปี พ.ศ. 2443-2444 ในภาคตะวันออกของจีนมีคนตายประมาณ 60,000 คน ปี พ.ศ. 2453-2454 ที่แมนจูเลียมีคนตายประมาณ 10,000 คน ต่อมามีรายงานการระบาดที่รัฐแคลิฟอเนียและประเทศรัสเซีย

การระบาดในประเทศไทย

นายแพทย์ เอช แคมเบล ไฮเอ็ด เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล ได้รายงานการกาฬโรคครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2447 เกิดขึ้นที่บริเวณตึกแดงและตึกขาว เป็นโกดังเก็บสินค้า จังหวัดธนบุรีเป็นที่อยู่ของพ่อค้าชาวอินเดีย แล้วระบาดเข้ามาฝั่งพระนครจากนั้นกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ที่มีการติดต่อค้าขายกับกรุงเทพฯ โดยทางบก ทางเรือ และทางรถไฟ ไม่มีสถิติจำนวนผู้ป่วยตายที่แน่นอน รายงานปรากฏก่อนปี พ.ศ. 2456 ที่จังหวัดนครปฐมมีคนตาย 300 คน ครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2495 มีรายงานผู้ป่วย 2 รายตาย 1 ราย ที่ตลาดตาคลี จากนั้นไม่มีรายงานกาฬโรคเกิดขึ้นในประเทศไทยจนปัจจุบันนี้

สถานการณ์กาฬโรคในประเทศอินเดียปี พ.ศ. 2537

ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 มีแผ่นดินไหวที่เมือง Latur และมีหลายพื้นที่ในรัฐมหาราษฎร์มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน จากเหตุภัยพิบัติเชื่อว่าเป็นเหตุให้สัตว์ประเภทฟันแทะเข้ามาสู่เขตในเมืองที่คนอาศัย ทำให้หนูในเขตบ้านติดเชื้อกาฬโรคจากหมัดหนู และติดต่อมายังคน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2537 มีรายงานผู้ป่วยกาฬโรครายแรกในรัฐมหาราษฏร์ และระบาดไปตามรัฐต่างๆ จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2537 มีรายงานผู้สงสัยจะเป็นกาฬโรคในประเทศอินเดีย รวม 5,656 ราย ในจำนวนนี้มีผู้มีผลการตรวจยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยกาฬโรค 258 ราย มีผู้เสียชีวิต 56 ราย รายงานผู้ป่วยและผู้สงสัยว่าป่วยส่วนใหญ่มาจาก 2 รัฐใหญ่ คือรัฐกุจารัต 1,471 ราย และรัฐมหาราชตระ 2,685 ราย ส่วนในกรุงนิวเดลีมีผู้ป่วย หรือ ผู้สงสัยว่าป่วย 947 ราย ผู้ป่วยกาฬโรคส่วนใหญ่เป็นผู้มีฐานะยากจน และอาศัยในท้องที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก วิเคราะห์ว่าปัญหาการระบาดของกาฬโรคในประเทศอินเดีย และผลกระทบต่างๆ ที่ตามมา เป็นผลมาจากความล่าช้า ในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน และสื่อมวลชน การขาดระบบการดำเนินการ และประสานงานการป้องกันกาฬโรคที่เป็นเอกภาพรวมทั้งขาดประสบการณ์ เกี่ยวกับการควบคุม และป้องกันโรค เพราะประเทศอินเดียไม่มีรายงานผู้ป่วยกาฬโรคมามากกว่า 25 ปี นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจการค้าส่งออกของอินเดีย มูลค่ามหาศาลลดลงประมาณ 62,500 ล้านบาท มีสายการบินหลายสายงดการเดินทางเข้าออกจากอินเดีย สาเหตุที่ทำให้นานาชาติต่างเกรงกลัวกาฬโรคมาก เพราะโรคนี้เคยระบาดคร่าชีวิตประชาชนเป็นจำนวนมาก เมื่อกาฬโรคกลับมาระบาดอีกครั้ง นานาชาติเกรงว่าเชื้อจะแพร่กระจายมายังประเทศของตน จึงใช้มาตรการเข้มงวดในการควบคุมการเดินทางและส่งสินค้าทั้งเข้าและออกจากอินเดีย เพื่อเป็นการป้องกันเบื้องต้น

 

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่

 

ข่าวสุขภาพ

"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
ถุงช็อปปิ้งมีเชื้อโรค ก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษ เป็นอันตรายถึงชีวิต
นักวิจัยทั้งในอังกฤษและอเมริกา ต่างเตือนนักช็อปปิ้งทั้งหลายว่า ถุงใส่สิ่งของที่จับจ่าย อาจทำอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะมันกลายเป็นที่อยู่ ของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเป็นพิษ ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
30.07.10
ประกวดภาพถ่ายคู่แม่ลูก "Healthy Smile Mom
28.07.10
ไวรัส HPV กับมะเร็งปากมดลูก อ่านที่นี่ http://bit.ly/d5DqXM #fb
23.07.10
มะเร็งปากมดลูก พบมากเป็นอันดับหนึ่งของผู้หญิงไทย อ่านที่นี่ http://bit.ly/d24XR7
20.07.10
เอ๊กซเรย์เพื่อตรวจทางเดินปัสสาวะ อ่านที่นี่ http://bit.ly/9a3UeH
14.07.10
แค่ปวดขาก็เป็นโรคด้วยเหรอ รับฟังได้ที่นี่ http://bit.ly/dD8uzo #fb
06.07.10
ภาวะดื้อต่ออินสุลินเกิดขึ้นเมื่อฮอร์โมนอินสุลินที่สร้างจากตับอ่อนในปริมาณปกติแต่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้http://bit.ly/bX3ATM #fb
05.07.10
การอาเจียน (vomiting) เป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบร่วมในโรคต่างๆ มากมาย อ่านที่นี่ http://bit.ly/cVqi79
01.07.10
การผ่าตัดข้อเทียม ส่วนใหญ่ คือ ข้อเข่า รองลงมา คือ ข้อสะโพก ข้อเสื่อม จะอยู่ที่อายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป http://bit.ly/ckJKp0
30.06.10
มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลิวคีเมีย เป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งของระบบเลือด อันเกิดจากการที่ไขกระดูกทำหน้าที่ผิดปกติ http://bit.ly/baOCdP #fb
28.06.10
ไอโอดีนเป็นธาตุที่เกิดในธรรมชาติ มีมากในสัตว์ และพืชในทะเล เป็นธาตุที่จำเป็นแก่ร่างกาย http://bit.ly/aaZedX
24.06.10
ทำไมเราจึงจำเป็นที่จะต้องมีอุปนิสัยที่ดีในการขับถ่ายปัสสาวะ อ่านที่นี่ http://bit.ly/b7vK3j
23.06.10
ชายวัย 52 ปี เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ในจังหวัดลำปาง ด้วยอาการคันตามมือ แขน เมื่อเกาแล้วปรากฏว่ามีแมลงผุดออกมาจากผิวหนังhttp://bit.ly/9w7sN4
21.06.10
การดูแลสุขภาพในช่วงบอลโลก อ่านที่นี่ http://bit.ly/dxefrS
16.06.10
อาหารเพื่อพัฒนาการที่ดีสำหรับเด็กเล็ก อ่านที่นี่ http://bit.ly/djbW7k
14.06.10
ริดสีดวงทวาร (hemorrhoids) คือ การมีกลุ่มของหลอดเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่ และที่ขอบรูทวารหนักโป่งพองและยื่นออกมา http://bit.ly/bIH9P1
01.06.10
ออกกำลังกายวันละนิดเพื่อสุขภาพที่ดี อ่านที่นี่ http://bit.ly/au8j0Z
31.05.10
โรคซึมเศร้า เป็นโรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอารมณ์ซึมเศร้าอย่างรุนแรง โดยไม่มีสาเหตุอารมณ์ อ่านที่นี่ http://bit.ly/dCjTVW
26.05.10
การดูแลเล็บเท้าเป็นเรื่องที่สำคัญ อ่านที่นี่ http://bit.ly/9gbsbm
25.05.10
งูสวัด ถือว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสของผิวหนัง ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคสุกใส อ่านที่นี่ http://bit.ly/dokDSi
24.05.10
รังแคเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก รังแคมีสาเหตุและอาการอย่างไร อ่านที่นี่ http://bit.ly/b0LONJ
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube