Thursday Sep 09

Share

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

( 4 Votes )

 

“การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน” การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หมายถึง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเลี้ยงจนเกิดการตายของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้ การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน แบ่งเป็น 2 ระยะ 1. การฟื้นฟูสมรรถภาพในโรงพยาบาล 2. การฟื้นฟูสมรรถภาพเมื่อกลับบ้าน

ผลของการฟื้นฟูสมรรถภาพ

  1. ลดระยะเวลาการอยู่โรงพยาบาล
  2. ลดปัญหาทางด้านจิตใจและความวิตกกังวล
  3. ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การฟื้นฟูสมรรถภาพในโรงพยาบาล

จัดกิจกรรมให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมต่างๆ ทันทีที่สามารถทำได้ เริ่มจากน้อยแล้วเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยให้นั่งเก้าอี้ที่มีแขนและพนักสูง พักแขนและขาครั้งละ 1-2 ชั่วโมง โดยเริ่มในวันที่ 2-3 หากผู้ป่วยไม่มีปัญหาแทรกซ้อน

ในไอซียูหรือซีซียู

ให้ฝึกออกกำลังโดยใช้พลังงานน้อย เช่น ให้รับประทานอาหารเอง ดูแลตนเอง เปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้า แปรงฟัน ใช้เก้าอี้ถ่ายอุจจาระข้างเตียง ให้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อแขน ขา เพื่อให้มีสภาพที่ดี ทั้งความตึงตัว และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และข้อต่อต่างๆ

อาการผิดปกติที่ผู้ป่วยควรทราบขณะออกกำลังกาย

  • มึนงง หน้าซีด
  • ใจสั่น เหงื่อออก
  • รู้สึกจะเป็นลม
  • มีอาการเจ็บหน้าอก
  • มีไข้ หรือภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน

เมื่อมีอาการเหล่านี้ ควรบอกแก่เจ้าหน้าที่ที่ฝึกการออกกำลังกาย
เมื่อออกจากซีซียูมาอยู่ห้องผู้ป่วยแล้ว ให้เพิ่มกิจกรรมดดยให้นั่งนานขึ้น ลุกจากเตียง เดินไปห้องน้ำได้ อาบน้ำเองได้โดยมีคนเฝ้า ออกกำลังแขน ขา ลำตัว ฝึกออกกำลังกาย โดยเพิ่มระยะทางและความเร็วขึ้นเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนานๆ ก่อนกลับบ้านให้เดินลงบันไดในระดับ 1 ชั้น

การให้เริ่มกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ควรเลือกทำให้เหมาะสม

การฟื้นฟูสมรรถภาพเมื่อกลับบ้าน

ในวันแรกหลังออกจากโรงพยาบาลให้ออกกำลังกายเหมือนวันสุดท้ายที่ทำในโรงพยาบาล แล้วค่อยๆ เพิ่มการออกกำลังกาย ตามความสามารถที่ทำได้

การออกกำลังกายที่ดีที่สุด 10 นาที จากนั้นเดินด้วยความเร็วปานกลางที่ทำให้เหนื่อยเล็กน้อย ถ้าจับชีพจรตัวเองได้ก็ให้เพิ่มจากอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก 20-25 ครั้ง ไม่ให้ผู้ป่วยหยุดเดินทันที ต้องเดินช้าๆ ต่ออีก 5-10 นาที

ข้อควรระวัง

ไม่ควรออกแรงเบ่ง ไม่กลั้นหายใจระหว่างออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงการกำมือแน่น และการนอนออกกำลังกาย หลังกลับบ้านแล้วควรมาพบแพทย์ตามนัด

ที่มา : โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

ข่าวสุขภาพ

ใบหมี่...สมุนไพรสำหรับเส้นผม
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ใบหมี่เป็นพืชที่ให้สารเมือกที่มีประโยชน์ทางเครื่องสำอางโดยมีการนำมาทำยา สระผม ใบหมี่เป็นพืชในท้องถิ่น หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ชาวบ้านนิยมนำมาใช้สระผมเนื่องจากมีสารเมือก (mucilage) ที่มี polysac charide เป็นองค์ประกอบหลัก สารสกัดจากใบหมี่มีสารสำคัญที่มีสมบัติเป็นสารเพิ่มความหนืดสำหรับผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางหรือยาที่ใช้ภายนอก ใบหมี่ มีชื่อในตำรับ ยาล้านนาว่า หมีเหม็น มีชื่อในท้องถิ่นอื่นในภาคเหนือว่า มะเย้อ, ยุบเหยา, หมีเหม็น, ยุกเยา, ยุบเย้า, ดอกจุ๋ม (ลำปาง), หมี่, ตังสีไพร (พิษณุโลก) เป็นต้น...
"มังคุด"ราชินีแห่งผลไม้ ช่วยพิชิตโรคร้าย
"มังคุด" ได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้" (Queen of Fruits) ด้วยคุณประโยชน์ที่มีให้มากกว่าความเป็นผลไม้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา มังคุดไทย (www.mangosteenrd.com) นำเสนอผลงานวิจัยมังคุดที่ศึกษามายาวนานกว่า 32 ปี ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บอกว่า มังคุดถือว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารต่างๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพหากมีการนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง
ผัว-เมียป่วยโรคประหลาดแมลงบินออกจากแผล
สามี-ภรรยาป่วยด้วย โรคประหลาดมีผื่นคันเป็นเม็ดตามร่างกายแถมมีแมลงบินออกมาจากบาดแผลที่เกิด ขึ้น เผยก่อนเป็นโรคพิลึกเดินทางไปปลูกยางพาราในต่างอำเภอ ผู้ว่าฯ สั่งนำตัวเข้ารักษาอาการหาสาเหตุที่แท้จริง
เด็ดหัวโรคเอดส์ ใน5-10ปี ใช้ยาปลุกไวรัสให้ตื่นจากหลับ แล้วฆ่ามันเสีย
ผู้เชี่ยวชาญโรคเอดส์ ผู้มีชื่อเสียงทั่วสากลโลกได้ ลั่นวาจาว่าจะรักษาโรคเอดส์ ให้หายลงได้ภายในเวลา 5-10 ปีข้างหน้านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการ สาธารณสุข แพทย์กลายเป็นผู้ร้ายจริงหรือ?
จากการที่สมาคมผู้บริโภค เครือข่ายผู้เสียหายจากทางการแพทย์ และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการแถลงการณ์เกี่ยวกับการยืนยันที่ว่า "ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ. ..." ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ และจะช่วยไม่ให้เกิดการฟ้องอาญาต่อแพทย์ โดยหลักการนี้มีหัวใจที่สำคัญคือ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจาการรับบริการสาธารณสุขโดยที่จะไม่มีการพิสูจน์ความผิดและผู้ที่กระทำความผิด และเป็นระบบที่มุ่ง"ชดเชยความเสียหาย" มิใช่การมุ่งหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นทางแพทย์เองก็เกิดความกังวลและตระหนกต่อประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง
Facebook Flickr Picasa Twitter YouTube