กิจกรรมของเรา

Text size -+
  • นำเสนอผลงานวิจัยดีเด่น

    เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดงานวิจัย  แสดงถึงความสำเร็จของงานวิจัยที่เกิดขึ้น  โดยศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจัดเวทีให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานวิจัยคัดเลือกงานวิจัยดีเด่นของปี  พ.ศ. 2557 - 2558  โดยมี ท่าน นพ.ปราเสริฐ  ปราสาททองโอสถ  ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ให้เกียรติร่วมฟังการนำเสนอผลงานเมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2558  เวลา 13.00-14.30 น. กิจกรรมนี้สร้างกำลังใจให้แก่ผู้วิจัยและเป็นต้นแบบให้กับนักวิจัยหน้าใหม่ริเริ่มงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น

    ผลงานวิจัยที่นำเสนอ 6 โครงการ  ดังนี้

    โดย พรรณี ส่งสาย, Clinical Nurse Educator โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    1. ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการDM Type2 Pathway

    การใช้เครื่องตรวจน้ำตาลด้วยตนเองมีความสัมพันธ์กับการลดลงของ HbA1c อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.01) ส่วนปัจจัยอื่นๆได้แก่ การออกกำลังกาย การไม่เกิดปัญหาจากการใช้ยา(Drug related problems (DRPs)ถึงแม้ว่าจะไม่พบความสัมพันธ์ทางสถติ แต่พบว่า ผู้ป่วยที่ออกกำลังกาย มีผล HbA1C ลดลงมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ออกกำลังกาย
    VDO: https://www.youtube.com/watch?v=t2-uMqzs4tc

     

    โดย ภรณี ผ่องนพคุณ, Oncology Clinical Nurse Specialist ระดับ 7 โรงพยาบาลวัฒโนสถ

    2. การศึกษาเปรียบเทียบผลของการให้โปรแกรมการสอนเรื่องผลข้างเคียงของเคมีบำบัดแบบบูรณาการด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกับโปรแกรมการสอนปกติโดยพยาบาลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งชนิดก้อนที่รับเคมีบำบัดครั้งแรก

    การให้ข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดในครั้งแรก เนื้อหาที่มีเพียงพอที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ ทำให้คุณภาพชีวิตไม่เปลี่ยนในช่วงของการให้เคมีบำบัดใน 3 รอบแรกของการรักษา และสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สามารถใช้ในการให้คำแนะนำผู้ป่วยได้ในข้อมูลที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ป่วยนำข้อมูลไปพัฒนาความสามารถในการดูแลตนเอง และเพื่อเป็นการลดภาระงานของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย

    โดย ภก.สรากร ละอองแก้ว, Head of Clinical Pharmacy Department โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่

    3. การศึกษาผลทางเศรษฐศาสตร์ของงานติดตามและตรวจวัดระดับยา Amikacin ในเลือดโดยเภสัชกรคลินิก ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ

    งานติดตามและตรวจวัดระดับยา amikacin ในเลือด (TDM service) โดยเภสัชกรคลินิก สามารถลดการอัตราการเกิด neprotoxicity และช่วยประหยัดต้นทุนการรักษาผู้ป่วยกลุ่ม high risk of nephrotoxicity ที่ได้รับยา amikacin
    VDO: https://www.youtube.com/watch?v=lflMX8wNevU

    โดย วิชญาพร จิตตสนธิ, พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    4. ความชุกและปัจจัยเสี่ยงของภาวะก่อนเบาหวาน ในผู้ที่มาตรวจสุขภาพประจำปีที่ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ ปี พ.ศ. 2554-2555

    ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะก่อนเบาหวาน ได้แก่ ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว ความดันโลหิต ค่าไขมัน TG ค่าไขมัน HDL-C ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ ส่วนปัจจัยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ได้แก่ อายุ เพศ และ ประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน ล้วนมีความสัมพันธ์กับภาวะก่อนเบาหวาน
    ข้อแนะนำจากการศึกษานี้คือให้ควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะก่อนเบาหวาน และวางแผนพัฒนาเครื่องมือเพื่อนำมาประเมินการเกิดภาวะก่อนเบาหวาน

    โดย วีรวรรณ เตชะเกรียงไกร, Dietitian level 4 โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    5. การประยุกต์ใช้แบบคัดกรอง Nutrition Alert Form เทียบกับแบบคัดกรอง Mini Nutrition Assessment ในผู้สูงอายุศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ

    Nutrition Alert Form (NAF) สามารถนำมาใช้คัดกรองภาวะโภชนาการในผู้สูงอายุได้เนื่องจากมีความสอดคล้องกับ Mini Nutrition Assessment (MNA) นอกจากนี้การใช้ NAF ยังใช้เวลาในการประเมินน้อยกว่าและสามารถใช้ประเมินในผู้สูงอายุที่ไม่ทราบน้ำหนักตัวที่ชัดเจนหรือประวัติน้ำหนักตัวได้โดยการคัดกรองภาวะโภชนาการนี้ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการตรวจทางห้องปฎิบัติการที่บ่งถึงภาวะโภชนาการ ตัวอย่างเช่น albumin

    โดย พิมาน คดง้วน, Clinical Nurse Educator โรงพยาบาล BNH

    6. เปรียบเทียบวิธีการหยอดยาขยายรูม่านตา ต่อประสิทธิภาพการขยายของรูม่านตาในผู้ป่วยนอกแผนกตา หู คอ จมูก

    การหยอดยาเพื่อขยายรูม่านตาด้วยวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 พบว่าเมื่อวัดรูม่านตา ณ เวลาที่ 20,30 และ45 นาที หลังหยอดตาหยดแรกแล้ว ทั้ง 2 วิธีนั้นทำให้ขนาดของขอรูม่านตามีขนาดที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) เพื่อลดระยะเวลารอคอยของผู้รับบริการ
    VDO: https://www.youtube.com/watch?v=IqbT0xLmLdo